สวัสดีวันหยุด และพบกับสารพันข่าวสารยานยนต์ไปกับ “อ้วนซ่า แอบซิ่ง” อีกเช่นเคย เรื่องราวในวันนี้จะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนึ่งในสามทหารเสือของรถยนต์ญี่ปุ่น นั่นก็คือค่าย “ฮอนด้า”

            เป็นที่รู้กันดีว่าสถานการณ์ของรถยนต์ญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นกำลังเจอความท้าทายเรื่องการพัฒนารถยนต์รุ่นต่อไปในหลายๆตลาด แน่นอนว่า สำหรับเสาหลักแห่งวงการรถยนต์อย่าง โตโยต้า ที่ชูนโยบาย “Multi Pathway” หรือ “ทางเลือกที่หลากหลาย” ซึ่งก็คือ จะพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับแต่ละตลาด นั่นก็คือ จะมีทั้ง HEV (รถยนต์ไฮบริด) PHEV (ปลั้กอินไฮบริด) และ BEV (รถไฟฟ้า 100%) ก็ดูจะไปได้ด้วยดี มีความแข็งแกร่ง

            ส่วนค่ายนิสสัน เองนั้นก็ยังคงอยู่ในช่วงของการจัดการโครงสร้างบริษัทหลังจากประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยในแง่มุมของการพัฒนานั้นพวกเขายังเชื่อมั่นในเทคโนโลยี e-Power (อี-พาวเวอร์) ที่เป็นระบบไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์เป็นเครื่องปั่นไฟ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อน ว่าจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ผู้บริโภคในอนาคตได้

            ในส่วนของฮอนด้า ซึ่งเพิ่งจะประกาศผลประกอบการสู่สาธารณชนไปไม่นานนี้ว่าพวกเขาพลาดพลั้งไปอย่างหนักในการลงทุนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเป็นระดับหลายแสนล้านบาท! บีบให้พวกเขาต้องยกเลิกโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในนาทีสุดท้าย โดยพวกเขาเชื่อมั่นว่า “รถยนต์ไฟฟ้า” ไม่ใช่สิ่งที่โลกต้องการ แต่สิ่งที่ยั่งยืนสำหรับพวกเขาก็คือ เทคโนโลยี “ไฮบริด”!

            หลายคนอาจจะรู้สึกประหลาดใจกับการตัดสินใจนี้ แต่ต้องเข้าใจว่า ในโลกของรถยนต์ไฟฟ้านั้น หัวใจของความได้เปรียบคือ การเป็นเจ้าของเทคโนโลยี “แบตเตอรี่” ซึ่งในจุดนี้ต้องยอมรับว่า “ญี่ปุ่น” ไม่ได้อยู่ในสถานะของผู้นำ อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ พวกเขาเห็นว่า ตลาดมีความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าลดลง รวมถึงนโยบายการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าของหลายประเทศก็เริ่มจะหมดไป

            และที่สำคัญคือ จุดแข็งของฮอนด้าก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาป แต่หากฮอนด้าเดินเข้าสู่ยุทธจักรรถไฟฟ้า พวกเขาก็จะไม่มีจุดแข็งใดๆเหลืออยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจ “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต” หยุดโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่พวกเขาเชื่อว่า ถึงทำไปก็ไม่ได้ส่งผลดีใดๆกับบริษัท

            ดังนั้นสิ่งที่จะเห็นได้ชัดเจนนับแต่นี้ไปก็คือ การชลอการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะซีดานขนาดกลางอย่าง “ฮอนด้า แอคคอร์ด” (Honda Accord) ซึ่งในอดีตเคยเป็นหนึ่งในพระเอกของพวกเขา โดยรุ่นโฉมปัจจุบันนั้นก็จะต้องยืดอายุการทำตลาด โดยจะทำการผลิตลากยาวต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2030! ส่วนตัวของ รถครอสโอเวอร์อย่าง “เอชอาร์-วี” (HR-V) ก็จะลากยาวไปจนถึงปี 2032! ซึ่งก็แปลว่ามันจะอยู่ในตลาดถึง 10 ปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใครซื้อแอคคอร์ด และเอชอาร์-วี ในวันนี้ รถของพวกเขาจะเป็นรุ่นโฉมล่าสุดไปอีกหลายปี แต่หากจะคาดหวังในยอดขายรถใหม่ก็น่าจะยาก เรียกได้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมาก็ว่าได้

            แต่ถึงอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังมี รถไฮบริดอีก 13 รุ่นที่พร้อมจะทยอยเปิดตัวในปี 2027 และแน่นอนว่า สำหรับแอคคอร์ด และเอชอาร์-วี รุ่นต่อไปที่จะเปิดตัวใน ปี 2030 และ 2032 นั้นก็จะเป็นรถยนต์ไฮบริด ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าไฮบริดรุ่นต่อไปของพวกเขาจะบริโภคเชื้อเพลิงน้อยลงถึง 30% และมีสมรรถนะดีขึ้นอีก 10%

            ก็ต้องมารอชมกันว่า นโยบาย “ช้าๆได้พร้าเล่มงาม” ของพวกเขานี้จะออกดอกออกผลเป็นเช่นไรนะขอรับ!