เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเพื่อบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของเด็ก และเยาวชน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาวิเคราะห์ เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินมาตรการเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องได้รับความร่วมมือ และบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามามีบทบาทในการจัดการการเดินทางของนักเรียนจากบ้านมายังโรงเรียนให้มีความสะดวก และปลอดภัย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนการบูรณาการระดับพื้นที่ รวมทั้งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดให้การจัดรถรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะสำหรับเด็กยากจนและด้อยโอกาส เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ขบ. ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาต่อยอดการจัดการรถรับส่งนักเรียนอย่างปลอดภัย และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนก่อนเปิดภาคการศึกษา ได้สั่งการไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัดให้ขอความร่วมมือสถานศึกษาในการนำรถรับส่งนักเรียนเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อ (ระบบเบรก) ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ผ่านมา หากทดสอบไม่ผ่าน ให้เร่งแก้ไขก่อนนำรถไปใช้รับส่งนักเรียนในช่วงเปิดภาคการศึกษาต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า มาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ก้าวต่อไปจะเสนอให้รัฐบาลรับเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของเด็ก และเยาวชน โดยทุกหน่วยงานต้องยกระดับการดำเนินงานในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง สำหรับกระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้ ขบ. เดินหน้ามาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสภาพรถรับส่งนักเรียน และรถโดยสารที่จะนำนักเรียนไปทัศนศึกษา, การอบรมผู้ขับรถ และผู้ประจำรถรับส่งนักเรียนเพิ่มเติมจากหลักสูตรปกติ, การนำเทคโนโลยีระบบ GPS มาใช้ยืนยันตัวตน, ตรวจสอบความเร็ว และติดตามตำแหน่งของรถ เช่นเดียวกับรถสาธารณะประเภทอื่น ๆ ผ่านระบบ DLT GPS Notice

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ให้ศึกษาแนวคิดนำรายได้จากเงินภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) บางส่วน ซึ่งปกติ ขบ. จัดเก็บ และนำส่งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กันไว้สำหรับนำไปใช้ดำเนินมาตรการปลอดภัยเกี่ยวกับรถรับส่งนักเรียนโดยเฉพาะ และแนวคิดในการกำหนดแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถรับส่งนักเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และสร้างจุดสังเกตสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนคันอื่นๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้
อย่างไรก็ตามเพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน ได้สั่งการให้ ขบ. ต่อยอด “โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เพื่อวางรากฐานด้านจิตสำนึกความปลอดภัยแก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ณ สถานศึกษาต่างๆ รวมถึงให้พิจารณาจัดการอบรมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ขับขี่รถสาธารณะ ทั้งรถโดยสารและรถบรรทุก และให้เร่งรัดการอำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการด้านใบอนุญาตขับรถ ทั้งประเภทส่วนบุคคล และสาธารณะ โดยพิจารณาเพิ่มรอบการฝึกอบรม และการเปิดให้บริการในวันหยุดราชการด้วย



