นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาภาคการเกษตรและข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรทั้ง 2 หน่วยงานเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้สามารถนำมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลส่งตรงถึงมือเกษตรกรตัวจริงได้รวดเร็วขึ้น จากเดิมต้องอาศัยเวลาตรวจสอบข้อมูล 15-30 วัน แต่หลังจากร่วมมือกันจะตรวจและเชื่อมโยงได้แบบทันที

“ปัจจุบัน ธ.ก.ส.มีฐานข้อมูลเกษตรกรเป็นรายบุคคล 4.3 ล้านคน ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตร มีข้อมูลเป็นรายครัวเรือนมากกว่า 6 ล้านครัวเรือน ดังนั้น จะมีการนำข้อมูลทั้ง 2 หน่วยมาเชื่อมโยงกัน ให้ได้ข้อมูลเกษตรกรตัวจริง ซึ่งอนาคตหากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตรกรออกมา เช่น  โครงการไร่ละพัน หรือประกันภัยพืชผล ก็จะช่วยโอนเงินถึงมือเกษตรได้ทันที ไม่ต้องรอตรวจสอบข้อมูลนานเหมือนก่อน ที่สำคัญจะช่วยให้เงินถึงมือเกษตรกรตัวจริง หรือตามนโยบายเกษตรแม่นยำ ป้องกันไม่ให้นายทุน หรือเจ้าของที่ดินเข้ามาสวมสิทธิรับประโยชน์แทนเกษตรกรด้วย”

นายฉัตรชัยกล่าวว่า แผนการดำเนินงานความร่วมมือ ประกอบด้วย การเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลอย่างบูรณาการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภัยพิบัติ และข้อมูลการประกันภัยพืชผล เพื่อใช้ในการตรวจสอบสิทธิ์และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคาร รวมถึงข้อมูลเกษตรกรในการรับสนับสนุนโครงการนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ และทายาทให้มีทักษะ นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ประกอบธุรกิจเกษตร ตลอดจนนำผลงานวิจัย มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า  ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการการบูรณาการร่วมกัน เพื่อสนับสนุนเชื่อมโยงข้อมูลของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรได้รับพัฒนาต่อยอดโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว แม่นยำ และทันสมัย รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านวิจัยต่อยอดพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความมั่นคงภาคการเกษตรของประเทศในระยะยาวต่อไป