เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่แฟนๆ ต่างพากันบ่นคิดถึงหนักมากเลย สำหรับพระเอกหนุ่มฮอต “ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ” ที่ล่าสุดมาร่วมงานอีเวนต์แห่งหนึ่ง พร้อมกับได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเจ้าตัวได้ตอบคำถามแฟนคลับที่บ่นคิดถึงหลังเจ้าตัวไม่ค่อยอัปเดตโซเชียล ซึ่งก็ได้แจงว่าจริงๆ งานฉ่ำทุกปี ล่าสุดเพิ่งปิดกล้องซีรีส์ไปแต่ลืมถ่ายรูปเบื้องหลังเก็บไว้เพราะบทค่อนข้างหนักและเหนื่อย พร้อมเปิดใจเรื่องความรักที่คบหาดูใจแฟนสาวนอกวงการมานานกว่า 5 ปี และวางเป้าหมายสร้างครอบครัวไม่เกินอายุ 35 ปีอีกด้วย

ลี ฐานัฐพ์ เผยว่า “ช่วงนี้จริงๆ ก็ไม่เก็บเงียบอะไร ผมก็มีอีเวนต์อยู่ตลอด แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด ฐานผมค่อนข้างอยู่ต่างจังหวัดเยอะ ก็ดีใจที่ได้ไป แต่ก็เสียดายที่ไม่มีพี่ๆ สื่อไปด้วย วันหลังนั่งรถไปด้วยกันนะ แล้วก็ยังมีซีรีส์ทั้งที่กำลังคุย รอเปิดกล้อง และรอออนแอร์ด้วย งานก็ฉ่ำทุกปี ผมพยายามเล่นซีรีส์ทุกปี หลายๆ คนทักมาบอกว่าหายไปเลยคิดถึง จริงๆ เล่นอยู่ตลอดฮะ แต่ผมเวลาทำงานไม่ค่อยได้อัพให้ใครได้เห็นว่าผมไปถ่ายซีรีส์ อย่างเรื่องล่าสุดถ่ายจบแล้วไปดูในแกลเลอรี่ว่าทำไมเราถ่ายจบเรื่องตั้งหลายเดือนไม่มีรูปเลย ด้วยความเข้มข้นของบท ความเหนื่อยอะไรหลายๆ อย่าง เลยรู้สึกว่าไม่อยากถ่ายขนาดนั้น แต่ว่าหลังจากนี้สัญญาทุกคนว่าจะถ่ายมากขึ้น (ปีนี้จะได้ดูซีรีส์กี่เรื่อง?) ตลอดทั้งปีที่ผ่านมาเราบอกตลอดว่าออนปีนี้นะ แต่ล่าสุดผมได้รู้มาว่า มันออนปีหน้านะ (หัวเราะ) คือมันมีล้นไปปีหน้า แล้วก็มีเปิดกล้อง ผมเลยพูดไว้ก่อนว่าออนปีหน้าเหมือนกัน

ด้วยความที่โตขึ้น บทบาทที่ได้รับมันก็จะเป็นในพาร์ทของอาชีพมากขึ้น บทโตขึ้น อย่างเรื่อง ‘669 ศูนย์แจ้งร้ายกลายเป็นรัก’ เรื่องนี้ถ่ายตั้งแต่ปีที่แล้ว เรื่องนี้ผมก็เล่นเป็นกู้ภัย ตอนดีลมาเขาก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องไปขึ้นสลิง ตกน้ำอะไรขนาดนั้น ก็สนุกดี ถือว่าได้รับบทที่ท้าทายขึ้น แล้วก็เรื่องที่จะเปิดกล้องช่วงเดือนตุลาคม เป็นคุณครู ก็จะได้เห็นบทบาทใหม่ รู้สึกว่าจะต้องเปลี่ยนลุคไปเลย ผู้กำกับบอกว่าทั้งการพูด การเดิน ทรงผม ก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมดเลย ส่วนภาพยนตร์จากที่ดูคิวยังรับได้อยู่นะ ติดต่อได้เลยครับ อยากเล่นอยู่ อยากได้บทที่ท้าทายครับ ส่วนเรื่องซิงเกิลจริงๆ ผมเคยพูดตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วว่าผมซุ่มทำเพลงอยู่ ทำหลายเพลงมากจนรู้สึกว่าเราพร้อมที่จะอัดเมื่อไหร่เราก็จะอัด คือผมได้ในพาร์ทของดนตรีมากกว่า แต่พอในพาร์ทของการร้องเราอาจจะต้องแต่งเนื้อ ก็ต้องหาคนแต่งที่ถูกใจ ล่าสุดก็ให้เพื่อนแต่งให้ได้มาหลายเพลงแล้ว เพื่อนก็ทักมาด่าอยู่ว่าเมื่อไหร่จะอัด (จะมาแนวเต้นแบบ T-Pop เลยไหม?) ไม่ๆ ผมต้องดูกระดูกตัวเองด้วย กระดูกผมอาจจะไม่ดีเท่าน้องๆ ผมไม่ถนัดจริงๆ เรื่องการเต้นกับผม เราไม่ได้เกิดมาคู่กันจริงๆ ไม่ค่อยสนิทกับร่างกาย แต่ว่าเรื่องของดนตรีเราถนัดมากกว่า”

ลี ฐานัฐพ์ เผยว่า “ถ้าถามว่ามีบทบอยเลิฟติดต่อมาบ้างไหม จริงๆ มีติดต่อมาตลอดครับ แต่ว่าผมไม่ค่อยถนัด พอผมไม่ถนัด ผมรู้สึกว่าผมจะทำมันออกมาไม่ได้ดีอ่ะ ผมว่าให้น้องๆ ที่ถนัดหรือเล่นบทแบบนี้ได้รับดีกว่า เวย์ของผมตลอดมามันก็ชายหญิงอ่ะ ให้นึกภาพให้ผมเล่นซีรีส์วายผมไม่น่าจะเล่นดีเท่าน้องๆ เขา บทที่ส่งมาส่วนใหญ่ผมไม่ได้เห็นบทจนจบครับ เป็นทรีตเมนต์นิดหน่อยๆ คือถ้าไม่ถนัดกลัวจะทำออกมาได้ไม่ดี ผมว่ามันจะเสียอาชีพนักแสดง แสดงมา 10 ปี เดี๋ยวเขาจะบอกทำไมเล่นห่วยจัง (เราปิดเลยหรือว่าอ่านดูก่อนแล้วพิจารณา?) อ่านครับ อ่านก่อนแล้วก็ให้เหตุผลกับเขาอย่างชัดเจน บางเรื่องรู้สึกว่าผมอาจจะโตกว่าวัยนั้น มันก็หลายๆ เหตุผลมันไม่ใช่แค่เรื่องไม่เหมาะกับผมอย่างเดียว คือหลังๆ เวลาเราจะรับงานละครซีรีส์เราจะค่อนข้างมองว่าตัวเองจะเล่นได้ไหม ผมว่าถ้าผมเล่นไม่ได้ ทีมงานก็เสียเวลา ทุกคนเสียเวลาหมด แล้วก็พอมันออกมาไม่ดีกลายเป็นว่างานที่เราตั้งใจปั้นกันจริงๆ มันจะเฟล

สำหรับเรื่องความรักคือผมไม่ปิดนะ ผมก็บอก Sold out มานานแล้วนะ ผมก็ไม่ปิดนะ ก็เปิดเผยตลอด (คนเดิม?) ใช่ ผมว่าปีเนี้ย 4 กว่าๆ เกือบจะ 5 แล้ว ส่วนอนาคตเหรอ ก็ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนครับ แล้วก็เป็นไปอย่างถูกต้อง ก็ค่อยๆ คุยกันไปเรียนรู้กันไป ซึ่งก็คิดว่าไม่อยากจะให้อายุมากเกิน ปัจจุบันผมก็ 33 ก็พยายามไม่อยากให้เกิน 35 ครับ (ไม่ค่อยลงรูปแต่ก็ดูคลั่งรัก?) ผมว่ามันธรรมชาติ ผมก็ยืนยันว่าผมไม่ได้ปิด คนที่ใช้ชีวิตเจอผมบนโลกที่เราเดินกัน ไม่ว่าจะตามตลาด หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาก็จะเห็น ผมไม่เคยปิดเลย เวลาคนขอถ่ายรูปก็กลายเป็นแฟนผมนี่แหละที่เป็นคนถ่ายให้ เขาก็ค่อนข้างน่ารักกับทุกคน แล้วทุกคนก็น่ารักกับเขา พอทุกอย่างพอระยะเวลาที่เราคบกันนานมากขึ้น เราก็เป็นได้ทั้งเพื่อน แต่ยังไม่อยากเป็นเพื่อน (หัวเราะ) หมายถึงว่าเขาเป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษาเป็นทุกอย่างไง ก็ดูแลซึ่งกันและกัน ผมว่ามันอบอุ่นใจ แล้วมันก็รู้สึกเป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับเขา (ดูโลกสีชมพู มีผีเสื้อบิน?) มันก็บินมานานแล้วนะอยู่ตรง (ขิงใครรึเปล่า?) ผมพูดลอยๆ (แต่อีกที่ไม่เกิน 35 เราวางแพลนไว้ยังไงบ้าง?) ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปครับ คือผมอยากมีลูกไง แล้วผมก็ไม่อยากจะให้อายุมันมากเกิน ผมกลัวตายก่อนลูกโต พูดตรงๆ”

ลี ฐานัฐพ์ เผยต่อว่า “5 ปีที่ผ่านมามีอะไรที่ต้องปรับไหม จริงๆ ผมว่าทุกคู่ปรับเนอะ แต่ก็เล็กๆ น้อยๆ ถ้ามันจูนเข้าหากันได้มันก็ดีซึ่ง ผมก็จูนได้จูนได้ค่อยๆ ปรับกันไป 4 ปีมันก็ไม่ใช่ว่าเราปรับแค่ปีแรกนะ จริงๆ มันปรับทุกวัน ผมว่ามันต้องปรับทุกวัน แต่เขาชอบบ่นผม เขาเป็นห่วงผมเรื่องนอนน้อย บางทีอย่างสมมุติเสร็จงานแล้วเหมือนอะดรีนาลีน มันยังหลั่งอยู่อ่ะ มันยังกลับไปด้วยความแบบยังสนุกกับวันนี้อยู่ มันก็นอนไม่หลับ แต่ว่าพรุ่งนี้มันก็มีออกกองเช้า เขาก็จะบอกว่านอนพักไหม แต่เขาก็ยกเคสตัวอย่างแล้วหลายๆ คนก็อาจจะ แบบร่างกายพังแล้วก็เสียชีวิตได้ เพราะเป็นห่วงไงที่เขาเตือน ผมไม่โกรธเลยนะ ผมรู้ว่าเขากลัวผมตาย (ดูทุกอย่างลงตัว วางแพลนยังไงจากที่ 35 จะแต่ง?) ยังอยู่ๆ แต่ว่าถึงวันนั้นก็ต้องรอดูความเหมาะสมด้วย มันอาจจะก่อนหรืออาจจะหลังก็ได้ ซึ่งมันเป็นมันเรื่องของอนาคตไม่มีใครรู้ขนาดนั้น แต่ว่านั่นก็คือแฟนที่ยังไม่เปลี่ยนครับ”

“ถ้าถามว่ามีแพลนไหมว่าจะเซอร์ไพร้ส์ยังไง เอาจริงๆ ผมแอบเครียดตลอดนะ ผมรู้สึกว่าผมปิดบังเซอร์ไพร้ส์ไม่ได้ มันจะต้องมีความแบบมีพิรุธ มันจะต้องมีแอบยิ้มแล้วโหนกกระดิกหรืออะไรเงี้ย มันจะต้องมีแบบมีอะไรที่ผมไม่สามารถปิดบังได้ แล้วผมรู้สึกว่าเซนส์ผู้หญิงเขาแรง คือถ้าเราจะงุ่นง่านกับโทรศัพท์แอบพิมพ์หรืออะไร มันก็อาจจะปิดไม่ได้หรือเปล่า แล้วผมก็จะคิดว่าแบบบางทีคันปาก ผมเป็นคนคันปากอยากบอกอ่ะ บางทีผมอาจจะบอกเองก็ได้ (5 ปีที่ผ่านมาเราเซอร์ไพร้ส์เขาได้ไหม?) มันมีที่ผมพยายามเซอร์ไพร้ส์ ช่วงวาเลนไทน์ ผมก็แบบวันนี้ไปกินข้าวตรงนี้นะ แต่ผมก็สั่งร้านดอกไม้สั่งดอกไม้มาส่ง ผมก็นั่งยึกยักๆ ร้านมาส่งแล้วจะส่งตรงไหนได้อะไรงี้ ลุกลี้ลุกลน แล้วจนผมว่าผมก็ทนไม่ไหวแล้ว ผมก็บอกว่า เออ..เราสั่งดอกไม้เอาไว้ (หัวเราะ) เดี๋ยวเขามาส่งหน้าร้าน ขอไปเอาก่อน แล้วคือเขาไม่ได้เห็นแค่ผมรับดอกไม้อ่ะ เห็นผมยันแกะดอกไม้ โป๊ะตลอด มันก็เลยแบบรู้สึกว่าตัวเองปิดอะไรแบบนี้ยาก”

ลี ฐานัฐพ์ เผยทิ้งท้ายว่า “ส่วนเขาเคยเซอร์ไพร้ส์อะไรเราบ้างไหม ผมว่าเขาเป็นคนประเภทเดียวกับผมเหมือนกัน เซนส์ผู้ชายมันก็แรงเหมือนกัน ผมชอบความที่เขาเขียนการ์ดให้แล้วผมมักจะรู้ตลอดว่าในวันสำคัญเขาชอบเขียนการ์ดให้ คือผมบอกกับเขาตลอดว่าของขวัญไม่ต้อง ตัวเขาเองก็บอกกับผม บอกว่าของขวัญไม่เอา ขอแค่การ์ด เขาก็จะชอบแอบเขียนให้ แล้วบางทีเขาชอบทำเหมือนไม่สนใจ จริงๆ เพราะเขาเขียนไว้แล้ว ไอ้ผมมันก็รู้มาก มันก็รู้ดี ตื่นมาก็โทรฯ หาก่อนเลย เก๊กก่อนเลย ไหนอ่ะการ์ดอ่ะ (ไม่ลองทำคอนเทนต์ คนน่าจะชอบเห็นมุมคู่รัก?) จริงเหรอ หลายคนบอกผมว่าอยากเห็นผมในมุมแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าผมว่าบางทีเราก็รักษาพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ผมว่าอย่างแฟนผม เขาก็ค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน พื้นที่ส่วนตัวของเขาสำหรับของเขามันมีคุณค่ามาก สำหรับผมถ้าผมไม่ได้ทำงานตรงนี้ ผมคิดว่าผมก็เป็นแบบเขาแต่พอทำงานนี้ เราเป็นคนของสาธารณะ เราเป็นคนของประชาชน เสือกเรื่องเราได้ เผือกเรื่องเราได้ เราต้องเปิดให้”

ขอบคุณภาพประกอบ : lee_thanat



