การแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี “ช้าง จูเนียร์คัพ 2026” ปิดฉากลงแล้ว เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่สนามอินทรีจันทรสถิตย์ มหาวิทยาลัยเกษตร์ศาสตร์ โดยมี นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงาน

คู่ชิงชนะเลิศ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รองแชมป์ปี 2019 พบ “แชมป์เก่า” ชลบุรี เอฟซี และดีกรีแชมป์ 3 สมัย เวลาปกติ เสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษก็ทำอะไรกัรไม่ได้ ชี้ขาดด้วยการยิงจุดโทษ ชลบุรี เอฟซี เฉือนเอาชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี ไปด้วยสกอร์รวม 6-5 คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมรับรางวัล Dream Prize ไปประเทศอังกฤษ ฝึกซ้อมที่สนามซีเกรฟ ชมฟุตบอลอังกฤษ พร้อมลงแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับอะคาเดมีของเกาะอังกฤษ ส่วนทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รองชนะเลิศได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท

ส่วนคู่ชิงที่ 3 โรงเรียนโสมาภาพัฒนา เอาชนะ ราชนาวี เอฟซี ไป 2-1 คว้าอันดับที่ 3 รับทุนการศึกษา 30,000 บาท ส่วน ราชนาวี เอฟซี อันดับที่ 4 ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท
ส่วนรางวัลพิเศษ
ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ปัณณวิชญ์ สัมพันธ์งาม จากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี่
กองหลังยอดเยี่ยม ภคพงษ์ เกษมสุขสถาพร จากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี่
กองกลางยอดเยี่ยม ตั้งใจ นาสะอ้าน จากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี่
กองหน้ายอดเยี่ยม ภัคพล ศรีปัดถา จากทีมชลบุรี เอฟซี
รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม หรือ Most Valuable Player (MVP) ภัคพล ศรีปัดถา จากทีมชลบุรี เอฟซี
รางวัลประจำทัวร์นาเมนต์ Most Talented Player สำหรับนักเตะผู้มีพรสวรรค์โดดเด่น ที่ไม่ได้อยู่ในทีมแชมป์ โดยจะได้รับสิทธิ์ร่วมเดินทางไปเปิดประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ ได้แก่ ปกรณ์ ศรีทองอิน จากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี




