กรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเดินหน้าตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเรียกรับผลประโยชน์ ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ ไม่เข้าข้างใคร หากพบผิดพร้อมลงโทษขั้นสูงสุด ย้ำจุดยืน!! กรมฯ ปลูกฝังเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ทำงานบนความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เพียงองค์กรที่จะได้รับความศรัทธาและความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้บริการเท่านั้น ตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะมีความภาคภูมิใจที่รับราชการด้วยความโปร่งใส..ไม่ถูกภาคธุรกิจและประชาชนสาปแช่งเพราะเรียกรับผลประโยชน์ให้เดือดร้อน ปัจจุบัน กรมฯ นำระบบดิจิทัลมาให้บริการภาคธุรกิจและประชาชนครบ 100% ทุกงานบริการแล้ว ลดการติดต่อเเบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มาใช้บริการ ซึ่งอาจเป็นสารตั้งต้นในการเรียกรับผลประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชัน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถของประเทศหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นประกอบการตัดสินใจลงทุนของนักธุรกิจชาวต่างชาติ รวมถึง การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยกรมฯ ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติราชการทุกระดับ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการปฏิบัติราชการทุกขั้นตอน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในทุกกระบวนการทำงาน ตลอดเวลาที่ผ่านมา กรมฯ มีความเข้มงวดต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติราชการและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกคน และมีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหากมีข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจหรือภาคประชาชน กรมฯ จะรีบดำเนินการตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อการให้บริการของกรมฯ รวมทั้ง นำระบบดิจิทัลมาให้บริการในทุกกระบวนงาน ซึ่งช่วยลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับภาคธุรกิจและประชาชนที่มาขอรับบริการ ที่อาจเป็นสาเหตุหลักนำมาซึ่งการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ

จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ ‘คนไทยไม่ทนคอร์รัปชัน’ ซึ่งมีการระบุชื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ (สินบน) แม้จะอยู่ลำดับที่ 21 จาก 26 หน่วยงาน ของผลการสำรวจเรื่องจำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อ รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถใช้บริการกรมฯ ผ่านระบบดิจิทัลได้ครบ 100% แล้ว เช่น

การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ผ่านระบบ DBD Biz Regist

การจดทะเบียนบริษัทมหาชน ผ่านระบบ DBD e-PCL

การนำส่งงบการเงิน ผ่านระบบ DBD e-Filing

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ผ่านระบบ e-Foreign Business

การจดทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ ผ่านระบบ e-Secured และการให้บริการข้อมูลนิติบุคคล ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ เป็นต้น

ทุกระบบที่กล่าวมามีผู้เข้าใช้บริการเกือบครบ 100% แล้ว โดยกรมฯ ได้มีการทบทวนและปรับปรุงระบบดิจิทัลให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยตลอด เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการให้บริการ มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติราชการ/การให้บริการที่มีรูปแบบเดียวกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการตรวจสอบเอกสารที่เป็นเอกภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้ง สร้างระบบติดตามสถานะทุกขั้นตอนของการให้บริการ เพื่อสื่อสารให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้ทราบระยะเวลาการให้บริการที่ชัดเจน ช่วยลดความคลางแคลงใจในการให้บริการของกรมฯ ซึ่งช่วยขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อันเป็นต้นตอของการทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้ง ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องไม่เรียกรับผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตลอดจนมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด แต่เมื่อผลสำรวจฯ ออกมาเช่นนี้ กรมฯ ก็พร้อมเดินหน้าตรวจสอบถึงข้อกล่าวอ้างฯ ดังกล่าว โดยจะปฏิบัติบนหลักสัจธรรมและความถูกต้องที่ว่า ‘ผิดก็ว่าผิด ถูกก็ว่าถูก’ โดยไม่เข้าข้างผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำความผิด ก็พร้อมดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด และจะมีการเรียกประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศในวันอังคารหน้าให้รับทราบนโยบายและข้อสั่งการในเรื่องดังกล่าว เพื่อปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใสไปในทิศทางเดียวกัน

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเห็นด้วยและขอชื่นชมกับการที่ภาคเอกชนกล้าแสดงออกและเข้ามาร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการและการให้บริการของภาครัฐในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสร้างความชอบธรรมในการประกอบธุรกิจ/การใช้บริการของภาครัฐ รวมทั้ง การต่อต้านและไม่ทนต่อการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่มากของประเทศและเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยเชื่อว่าเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจและประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภาครัฐให้มีความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และเดินหน้าสู่ภาครัฐโปร่งใสตามความคาดหวังของภาคธุรกิจและประชาชน แต่มีข้อสังเกตถึงสาเหตุที่มีข้อถกเถียงของเกือบทุกหน่วยงานที่ถูกกล่าวหาและไม่ยอมรับผลสำรวจ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับรูปแบบของการทำสำรวจ เช่น การเลือกหน่วยงานภาครัฐแบบเฉพาะเจาะจงเพียง 5 กลุ่ม การตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างเพียง 401 ราย และข้อคำถามที่อาจมีความไม่ชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนของผู้ตอบแบบสอบถาม

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจและประชาชนหากพบเห็นเจ้าหน้าที่กรมฯ เรียกรับผลประโยชน์ หรือทุจริตคอร์รัปชัน สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th และ Call Center 1570 กรมฯ ขอขอบคุณทุกข้อร้องเรียนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยให้มีความโปร่งใส และยกระดับภาครัฐให้เป็นที่พึ่งแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างแท้จริง” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย