เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นางวิภาดา จันทำ อายุ 59 ปี แม่บุญธรรมของผู้สูญหาย ซึ่งกำลังตามหาลูกสาวชื่อ “น้องโรส” อายุ 25 ปี ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยนางวิภาดาเล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองกำลังตามหาลูกบุญธรรม (ตนเองมีลูกชาย 2 คน) เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุ ปรากฏว่านาฬิกาสมาร์ตวอตช์ (Apple Watch) ของลูกสาวเด้งขึ้นมาเตือนตลอด ตอนนั้นตนเองยังอยู่บ้านที่ จ.อุบลราชธานี แต่เสียงแจ้งเตือนดังและเด้งมาตลอด จึงพยายามติดต่อหาน้อง แต่ติดต่อไม่ได้เลย
นางวิภาดา ยอมรับว่า ตอนนั้นใจคอไม่ดีแล้ว แต่ก็พยายามโทรฯ หาน้องเป็นสิบๆ สาย จนกระทั่งมีกู้ภัยรับสาย ปลายสายถามว่า “เป็นอะไรกับเจ้าของโทรศัพท์” ตนจึงตอบว่า “เป็นแม่” กู้ภัยจึงแจ้งว่า “น้องได้รับอุบัติเหตุ” ตนพยายามถามต่อว่า “อุบัติเหตุอะไร” เพราะปกติน้องออกไปทำงาน ตนจะถามตลอดว่าไปอย่างไร น้องก็มักจะบอกว่าขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง หรือนั่งรถมอเตอร์ไซค์บ้าง แต่เมื่อวานนี้ตอนเกิดเหตุ ไม่แน่ใจว่าน้องนั่งรถเมล์หรือไม่ แต่จากสตอรี่ของน้อง เห็นว่านั่งรถเมล์และวางกระเป๋าไว้บนตัก ส่วนโทรศัพท์ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด เพราะท้ายที่สุดคนที่รับสายคือกู้ภัย
“เหตุการณ์นี้บีบหัวใจคนเป็นแม่มาก พอเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก นั่งไม่ติด ได้แต่รีบเสิร์ชหาข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ส่งร่างไปที่โรงพยาบาลไหน จนตัดสินใจบินจากอุบลฯ มากรุงเทพฯ ก่อนมาที่นี่ ใจหนึ่งก็ยังมีหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ ลูกอาจจะตกหล่นตามโรงพยาบาล ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด แม้ในใจจะไม่ดี เพราะกู้ภัยบอกว่ามี 3 ศพสุดท้าย และมีร่างคนตัวเล็กผอม ซึ่งคล้ายกับร่างของลูกสาว และตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้ จึงต้องรอ”
ตำรวจแจ้งข้อหา ‘เจ้าหน้าที่คุมไม้กั้นรถไฟ’ ทำการโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
นางวิภาดา ยังบอกอีกว่า ตนเองรักลูกคนนี้มาก ไม่รักได้อย่างไร เราเลี้ยงมากับมือ และพ่อน้องเพิ่งเสียไปได้ 3 ปี ตอนนี้ต้องมาเสียน้องไปอีก ขอให้ไม่ใช่เรื่องจริง ขอให้มีปาฏิหาริย์ อย่าให้เป็นแบบนี้ พร้อมยกมือไหว้ขอคุณพระคุ้มครอง
“น้องมีความฝันว่าอยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ แล้วกลับบ้านไปเลี้ยงเรา นี่คือความฝันของน้อง เพราะน้องเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อวันที่ 11 เมษายน และกลับมากรุงเทพฯ วันที่ 16 เมษายน ช่วงสงกรานต์ เราคุยกับน้องว่าอยากให้ไปทำงานรับราชการ อยากให้เดินตามรอยพ่อบุญธรรม แต่น้องยังไม่อยากไป เขาอยากเก็บเงินก่อน เพราะกำลังสนุกกับการทำงานและการเก็บเงิน”
นางวิภาดา ยอมรับว่า เป็นห่วงเรื่องการเดินทางของน้องตลอด แต่พอน้องเรียนจบที่ ม.เกษตรศาสตร์ ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ก็ไปฝึกงานและได้รับเข้าทำงานทันที เพราะน้องมีความสามารถ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะน้องเป็นคนระมัดระวังตัวมาก
“เหตุการณ์นี้มันโหดร้ายมาก ดูคลิปแล้วทำอะไรไม่ถูก มันสั่นไปหมด ขอภาวนาอย่าให้น้องอยู่ในรถเมล์คันนั้น หรืออยู่ตามสตอรี่ที่ลงไว้ ความประมาทเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หากดูจากภาพแล้วน่าจะเกิดจากความประมาท แยกจุดเกิดเหตุแบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ทุกอย่างยังขาดความระมัดระวัง อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย และอย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้อีก ฝากรัฐบาลด้วย”



