จากกรณีมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลเตรียมให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเงินรายละ 29,700 บาท ได้กลายเป็นประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในสังคม

ล่าสุด อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ได้แสดงความคิดเห็นผ่านรายการ Phutta Talk โดยระบุว่า รู้สึกเสียใจและเห็นใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น แต่ในประเด็นการเยียวยา มองว่าหากมีการชดใช้ความเสียหาย ผู้ประกอบการควรเป็นผู้รับผิดชอบเป็นหลัก มากกว่าการใช้งบประมาณของภาครัฐ

อ.เบียร์ กล่าวว่า เงินภาษีเป็นงบประมาณที่จัดเก็บเพื่อนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ การนำมาเยียวยาเฉพาะบางกรณี อาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม และอาจเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดบางเหตุการณ์จึงได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ประสบเหตุในกรณีอื่นไม่ได้รับการดูแลในลักษณะเดียวกัน

นอกจากนี้ อ.เบียร์ ยังแสดงความคิดเห็นในมุมของหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยระบุว่า สถานบันเทิงเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงจัดไว้ในกลุ่ม “อโคจร” หรือสถานที่ที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะอาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความประมาทและก่อให้เกิดอันตรายได้ ทั้งจากการดำเนินการของผู้ประกอบการและการตัดสินใจของผู้ใช้บริการเอง

อย่างไรก็ตาม อ.เบียร์ ย้ำว่า หากรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือด้วยเจตนาแห่งความเมตตา ก็ถือเป็นดุลพินิจของรัฐบาล และตนขออนุโมทนา แต่ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าแนวทางดังกล่าวอาจไม่เหมาะสม โดยไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้

ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ซึ่งเป็นการแสดงทัศนะต่อประเด็นสาธารณะ และยังไม่มีคำชี้แจงจากหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับรายละเอียดหรือหลักเกณฑ์การเยียวยาดังกล่าวอย่างเป็นทางการ.