เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 69 เวลา 13.30 น. ที่ผ่านมา นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ครั้งที่ 599/3/2569 โดยมีคณะกรรมการและผู้บริหาร สสวท. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของประเทศ
นายอัครนันท์ เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้ ตนได้มอบนโยบายสำคัญ 7 ด้าน เพื่อปรับปรุงการทำงานของ สสวท. ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและลดภาระของนักเรียนและครูอย่างแท้จริง ดังนี้
1.หลักสูตรและหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของ สสวท. มีเนื้อหาที่ลงลึกและยากเกินไปสำหรับเด็กในบางพื้นที่ เนื้อหาบางเรื่องของไทยเรียนในระดับ ม.ต้น แต่ในต่างประเทศเรียนในระดับ ม.ปลาย เปรียบเสมือนหลักสูตรเราเป็นแบบใส่ปุ๋ยเร่งโตเกินไป จนทำให้เด็กหลายคนโตไม่ทันปุ๋ยนี้
2.หนังสือเรียน สสวท. กระดาษหนาเกินไปทำให้หนักมาก ควรเปลี่ยนกระดาษให้เบาลง และออกแบบให้ย่อยง่าย นักเรียนสามารถอ่านได้เอง หากเนื้อหาหรือแบบฝึกหัดไหนต้องอธิบายละเอียดหรือพิสูจน์ทฤษฎี ให้พิมพ์ QR Code ลงในแบบฝึกหัดนั้นเลย เพื่อให้นักเรียนเข้าไปดูคลิปอธิบายได้ทันที
3.สื่อการสอน ห้องแลป และอุปกรณ์ทดลองมีน้อย ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กหรือโรงเรียนห่างไกลไม่สามารถจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร สสวท. ได้อย่างสมบูรณ์ จนต้องทำแลปแห้ง (การสอนโดยไม่มีการทดลองจริง) สสวท. ควรประสานงานและแนะนำให้ สพฐ. จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เพิ่มเติม
4.ต้องจัดให้ครูเข้ารับการอบรมพัฒนาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอเพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว แต่ สพฐ. ต้องไปลดการอบรมในด้านอื่นๆ ให้ออกไปจากครู เพื่อให้ครูโฟกัสกับการพัฒนาการสอนได้เต็มที่
5.ทำเนื้อหาให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ลดความเป็นทางการลง เพื่อเปิดพื้นที่ให้การเรียนรู้ย่อยง่ายมากยิ่งขึ้น
6.สสวท. ควรสนับสนุนองค์ความรู้และงบประมาณให้โรงเรียนเกี่ยวกับระบบการจัดการสารเคมีหลังการทดลอง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
7.โครงการสอนออนไลน์ Project 14 ควรออกแบบให้มีลักษณะ Interactive โต้ตอบได้ เช่น เมื่อนักเรียนสงสัยในประเด็นนั้น แล้วมีระบบ AI ช่วยตอบทันที จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น
“เป้าหมายของการมอบนโยบายในวันนี้ เพื่อต้องการให้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่เข้าถึงและย่อยง่ายสำหรับเด็กทุกคน ผมอยากเห็น สสวท. ก้าวไปไกลกว่านี้ ไม่ใช่แค่การทำหลักสูตร แต่ต้องเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับทุกท่าน และพร้อมที่จะปรับตัว นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระผู้เรียนและผู้สอนอย่างเป็นรูปธรรม” รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้าย.



