นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านคมนาคมที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงภาคเหนือกับภูมิภาคอื่น และประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนของท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ได้มอบหมายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ศึกษาการนำรถ Shuttle Bus ให้บริการรับ – ส่งประชาชนจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ เข้าสู่ตัวเมืองตามจุดต่าง ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่ง น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. รับไปดำเนินการ เพื่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างไร้รอยต่อ

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะ(เฟส)ที่ 1 เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายแผนและวิสาหกิจ ทอท. พิจารณาในด้านความเหมาะสมและความคุ้มค่าของการลงทุนโครงการ โดยจะทำคู่ขนานไปกับการขออนุมัติการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่วนความคืบหน้าการศึกษาโครงการท่าอากาศยานล้านนา ขณะนี้บอร์ด ทอท. มีมติเห็นชอบรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการเบื้องต้นแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 และได้เสนอกระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) พิจารณาเมื่อเดือน เม.ย.2569 ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จะจัดประชุมหารือร่วมกับ ทอท. เพื่อประกอบการพิจารณาผลต่อไป

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้ร่วมประชุมกับกรมทางหลวง(ทล.) ซึ่งได้นำเสนอโครงการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 11 โครงการ รวมระยะทาง 38.9 กิโลเมตร(กม.) ค่าก่อสร้างรวม 7,585.2 ล้านบาท ประกอบด้วย ทางแยกต่างระดับจุดตัด ทล.121 และโครงการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร ทล.107 และ ทล.1317 มีแผนพัฒนาโครงข่ายในอนาคตอีก 9 โครงการ ระยะทาง 233.5 กม. ค่าก่อสร้างรวม 11,865 ล้านบาท

ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) อยู่ระหว่างปรับปรุงถนน 4 โครงการ ค่าก่อสร้างรวม 3,514.7 ล้านบาท ในพื้นที่ถนนสาย ชม.3029 – แยก ทล.1006 (3 ตอน) อำเภอเมืองเชียงใหม่ และสันกำแพง และทางแยกต่างระดับสันป่าตอง อำเภอสันป่าตอง โดยในอนาคตจะดำเนินการตอนที่ 4 และ 5 บนถนนสาย ชม.3029 – แยก ทล.1006 เพิ่มเติม ซึ่ง ทช. ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2570 ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานเร่งรัดติดตามการทำงานของผู้รับเหมาในโครงการที่ยังล่าช้ากว่าแผน เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ความก้าวหน้างานก่อสร้าง (ข้อมูล ณ เดือน เม.ย.2569) สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย – งาว อยู่ที่ 62% สัญญาที่ 2 ช่วงงาว – เชียงราย อยู่ที่ 65% สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย – เชียงของ อยู่ที่ 56% ภาพรวมทั้งโครงการก้าวหน้า 62% ช้ากว่าแผนงาน 0.7% โดยงานเจาะอุโมงค์งาว จังหวัดลำปาง คาดว่าจะสามารถเจาะทะลุได้ในเดือน ก.ย. 2569 อย่างไรก็ตาม รฟท. อยู่ระหว่างเร่งรัดการทำสัญญาจ่ายเช็คค่าทดแทนงานเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ และขออนุญาตหน่วยงานราชการเจ้าของพื้นที่ เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับจ้างก่อสร้าง คืบหน้าแล้วกว่า 99.16%

ด้านกรมเจ้าท่า อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำปิง หมู่ 2 บ้านแพะดินแดง ต.ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ วงเงินรวม 61.8 ล้านบาท อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในประเทศ 6 ร่องน้ำ เนื้อดินประมาณ 476,000 ลบ.ม. วงเงินรวม 12.9 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน 58.3% และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แม่น้ำกก หมู่ 4 บ้านห้วยน้ำเย็น ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ วงเงินรวม 43.1 ล้านบาท ผลการดำเนินงาน 23.6%

นายภัทรพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันยังได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัด ทล.121 ตัด ทล.1317 (แยกสันกลาง) ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง แก้ปัญหาการจราจรติดขัด ที่บริเวณทางแยกจุดตัดบน ทล .121 (วงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่) เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร ช่วยเพิ่ม Capacity รองรับการขยายตัวของเมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันก้าวหน้าแล้ว 91.6%