เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดภาคเรียนในปีนี้ว่า คึกคักตั้งแต่เช้า มีนักเรียนเดินทางมาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง มีทั้งมาด้วยรถรับจ้างรับส่งนักเรียน รถสองแถว รถจักรยานยนต์ และผู้ปกครองมาส่งเอง บรรยากาศดังกล่าวไม่ได้แตกต่างไปจากทุกปี ยกเว้นการพูดคุยของผู้ปกครองนักเรียนใน จ.ลำพูน ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องค่าเรียนเล่าของบุตรหลานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปีนี้ค่าชุดนักเรียน ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าอุปกรณ์การเรียนมีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก

สวนทางกับราคาสินค้าเกษตรอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคามะม่วง และลำไย ที่ปลูกกันในทุกอำเภอของ จ.ลำพูน ราคาที่ขายได้ต่างขาดทุนไปตามๆ กัน ไม่นับรวมต้นทุนทำการเกษตรที่สูงขึ้นจากราคาปุ๋ยเคมีการเกษตรอีกด้วย เปิดเทอมปีนี้จึงเป็นปีที่หาเงินค่าเล่าเรียนได้ลำบากยากเย็น

ด้านนางจันหอม ไชสูง อายุ 67 ปี ชาวสวนมะม่วง เปิดเผยว่า มีหลาน 1 คน กำลังเรียนหนังสือชั้น ม.6 ตนเป็นคนหาเงินเลี้ยงหลานและส่งเสียค่าเล่าเรียน เปิดเทอมปีนี้แย่มาก ราคามะม่วง ลำไยถูกไปหมด รายได้ไม่ดี แต่ค่าเทอมกลับเพิ่มขึ้น ปีนี้ต้องจ่ายค่าเทอม 2,280 บาท กับค่าอาหารของหลานที่ต้องไปโรงเรียนในแต่ละวันอีกวันละ 100 บาท ไม่ว่าตนกับสามีจะมีเงินค่าเรียนของหลานหรือไม่ ก็จะต้องดิ้นรนหาไว้ก่อน และตนกับสามีก็ต้องประหยัดในเรื่องการกิน เพื่อเก็บเงินไว้ให้หลานเรียน ปีนี้ค่าเทอม สินค้าต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนสูงขึ้น ปกติจะจ่ายค่าเทอม 1,850 บาท แต่เทอมนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,280 บาท

“แต่ละเดือนต้องใช้จ่ายเรื่องเรียนของหลาน ประมาณ 8,000 บาท ถ้ารอแต่ราคามะม่วง ลำไย หลานคงไม่ได้เรียน ตนก็ต้องไปรับจ้างรายวัน หาเก็บผักบุ้งมาขาย ถ้าปีต่อไป ถ้าราคามะม่วง ลำไย แย่ลงอีกเหมือนปีนี้ คงจะต้องเดือดร้อนมากไปกว่าที่กำลังเป็นอยู่ จึงอยากขอร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนของหลานตนด้วย” นางจันหอม ระบุ

ด้านนายกิตติศักดิ์ สมคิด ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยม่วง เปิดเผยว่า ค่าใช้จ่ายในการไปโรงเรียนของเด็กชั้นประถมอยู่ที่ 2,000-3,000 บาทต่อเดือน แต่ถ้าเป็นนักเรียนมัธยมค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านๆ มา ปีนี้ถือว่าแย่กว่าทุกๆ ปี เพราะทั้งผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ำ ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในเวลานี้นักเรียนพากันย้ายเข้า-ย้ายออกจากโรงเรียนต่างๆ เยอะมาก โดยย้ายตามผู้ปกครองไปโรงเรียนอื่นๆ ตามพื้นที่ที่ผู้ปกครองไปรับจ้าง หรือไปหางานทำ เนื่องจากไม่มีเงินจะลงทุนทำสวนต่อไป เพราะราคาผลผลิตไม่ดี จนทำให้ผู้ปกครองนักเรียนบ่นไปในทิศทางเดียวกันว่า รายได้จากทำสวนลดลง แต่ค่าใช้จ่ายเรื่องเรียนกลับแพงขึ้น ทั้งค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทางไปโรงเรียน กับอื่นๆ อีกจิปาถะ ต่างหาเงินกันได้ยากลำบากมาก

“ปีนี้ผู้ปกครองบ่นกันมาก บางครั้งครูก็ต้องช่วยเหลือนักเรียน บางวันมาโรงเรียนไม่มีเงินติดตัวมาเลย ครูก็ต้องซื้อขนมให้กิน โรงเรียนต่างๆ กำลังหาวิธีช่วยนักเรียนที่ยากจน กำลังเร่งหาทุนการศึกษาให้ แต่นักเรียนแต่ละแห่งต่างมีปัญหาเดียวกันนี้จำนวนมาก ทำให้หาทุนได้ไม่เพียงพอและก็หาไม่ได้ง่ายด้วย” นายกิตติศักดิ์ กล่าว

นายกิตติศักดิ์ ยังกล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือของรัฐบาล ได้ช่วยอุดหนุนตามโครงการ “เรียนฟรี 15 ปี” จัดสรรค่าชุดนักเรียนชั้นต่างๆ ให้ชั้นอนุบาล 325 บาท, ประถมศึกษา 400 บาท, มัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 520 บาท ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายเรื่องชุดเรียนของนักเรียนจะแตกต่างกันตามชั้นที่เรียน เช่น ชั้นอนุบาลแรกเข้าจะต้องซื้อชุดนักเรียนใหม่ทั้งหมด อย่างน้อยต้องซื้อ 2 ชุด, ชุดพละ 1 ชุดกับชุดพื้นเมืองอีก 1 ชุด ค่าชุดทั้งหมดนี้จะตกอยู่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ถ้าเป็นชั้นประถมศึกษาตอนต้น จะมีชุดนักเรียน 2 ชุด, ชุดพละ 1 ชุดพื้นเมืองอีก 1 ชุด และอุปกรณ์ลูกเสือ ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะตกอยู่ที่ 2,000 บาท ส่วนถ้าเป็นนักเรียนชั้น ป.4-6 ก็ต้องซื้อชุดนักเรียน เพราะนักเรียนโตขึ้นใส่ชุดเดิมอาจไม่ได้ และชุดอื่นๆ เหมือนชั้นประถมศึกษาตอนต้น ก็ต้องจ่ายประมาณ 2,000 บาท เช่นเดียวกัน

ปีนี้ผู้ปกครองต่างสะท้อนเสียงมาที่เรื่องราคาชุดนักเรียนที่ปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ต้องจ่ายเงินมากขึ้น ถ้าหากเป็นชั้นมัธยม จะมี 2 แบบ คือถ้าเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสการศึกษา ก็จะต้องซื้อเฉพาะค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทางมาโรงเรียน แต่ถ้าเป็นโรงเรียนในตัวอำเภอหรือในเมือง จะมีค่าบำรุงการศึกษาหรือค่าเทอม ค่าชุดนักเรียน ส่วนค่าเดินทางจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระยะทางจากบ้านมาโรงเรียน ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนต่างๆ แตกต่างจากโรงเรียนขยายโอกาส ที่โรงเรียนขยายโอกาสจะเตรียมไว้ให้ นักเรียนไม่ต้องใช้จ่ายในเรื่องวัดสุอุปกรณ์

“ตีค่าใช้จ่ายเป็นตัวเลขกลมๆ ของนักเรียนมัธยม ถ้าเป็นโรงเรียนขยายโอกาสจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อคน โรงเรียนตามตัวอำเภอและในตัวเมืองก็มีค่าใช้จ่ายที่ตรงกัน ส่วนค่าเทอม โรงเรียนขยายโอกาสไม่มีค่าเทอม แต่ถ้าเป็นโรงเรียนนอกจากนี้ ค่าเทอมจะต้องจ่ายตามที่โรงเรียนแต่ละแห่งกำหนดขึ้นมา” นายกิตติศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย.