นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 19 พ.ค. นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการไทยช่วยไทยพลัส เข้าพิจารณาเพื่อรับมือวิกฤติค่าครองชีพ วิกฤติปากท้อง โดยจะมีทั้งการเปิดลงทะเบียนโครงการ 40:60 โดยประชาชนจ่าย 40 รัฐจ่าย 60 และการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการ นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแผนก่อหนี้สาธารณะเข้า ครม. ด้วย โดยตามแผนก่อหนี้แล้ว คิดว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ประมาณ 68% โดยจะสูงสุดในปี 71-72 ที่ 69%

“ไทยช่วยไทยพลัส คือ คนไทยมาช่วยกัน ช่วยคนตัวเล็กตัวน้อย คนในท้องตลาด ครั้งที่แล้วร้านค้าอยู่ในกรุงเทพฯ แค่ 15% ที่เหลือกระจายทั่วประเทศ และไทยช่วยไทยพลัสน่าจะมาช่วยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 โดยวันนี้หากไม่ทำอะไรเลย จะเจอวิกฤติจนกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไปได้”

อย่างไรก็ตาม การออก พ.ร.ก.กู้เงินนั้น จะไม่ได้มีแค่มาตรการไทยช่วยไทยพลัส เท่านั้น แต่จะมีเรื่องการปรับตัวของภาคเกษตรกรด้วย โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยที่หลายประเทศให้ความเป็นห่วง โดยจะมีโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ขณะเดียวกันจะหารือกับ กระทรวงคมนาคม เพื่อหามาตรการช่วยภาคขนส่ง เนื่องจากปัจจุบันไทยพึ่งพาน้ำมันเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มรถขนส่ง หัวลากทั้งหลาย จะสามารถช่วยกลุ่มขนส่งได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่พุ่งเป้าเฉพาะเจาะจง โดยอยู่ระหว่างศึกษาหัวลากไฟฟ้าเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้จีนได้ใช้หัวลากไฟฟ้าหมดแล้ว