เมื่อวันที่ 18 พ.ค. น.ส.มาลัย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี คนงานก่อสร้าง เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระประโคน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรน้อย หลังถูก น.ส.ดวงเดือน (สงวนนามสกุล) หรือเจ๊เดือน อายุ 51 ปี ทำร้ายร่างกายด้วยการเอาน้ำกะทิในหม้อร้อนๆสาดใส่ตั้งแต่ช่วงเอวลงมา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลพุพอง
น.ส.มาลัย ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 19.00 น. หลังเลิกงานถูก น.ส.ดวงเดือน หรือที่คนงานในแคมป์เรียกว่า “เจ๊เดือน” เข้ามาต่อว่าและด่าทอ พร้อมกับข่มขู่ว่า อย่ามาเก่งกับกู เดี๋ยวจะอยู่ยาก โดยที่ตนเองยังงงและสงสัยว่าคู่กรณีมาด่าเรื่องอะไร
จากนั้นเจ๊เดือน ได้เรียกให้ตนออกไปเคลียร์กันข้างนอก ตนก็เดินตามหลังเจ๊เดือนออกไป โดยระหว่างที่เดินตามหลังเจ๊เดือนอยู่นั้น ได้เดินผ่านหน้าห้องพักของคนงานรายหนึ่ง ซึ่งกำลังต้มน้ำกะทิเพื่อทำขนมหวาน เจ๊เดือนก็หยิบหม้อต้มน้ำกะทิหันมาสาดใส่ตน ทำให้ถูกน้ำกะทิร้อนๆ สาดใส่ตั้งแต่ช่วงเอวลงไปจนถึงน่องทั้งสองข้าง ตอนนั้นรู้สึกปวดแสบปวดร้อน จึงรีบเข้าห้องน้ำเพื่อเอาน้ำเย็นราดตัว สักพักก็เกิดผื่นแดงขึ้นทึ่น่องทั้งสองข้าง ต่อมาได้กลายเป็นแผลอักเสบเป็นตุ่มน้ำพุพองขนาดใหญ่
หลังเกิดเหตุจึงรีบไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และนำผลการรักษามาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย โดยทางผู้ก่อเหตุเองก็ยังไม่มีการสำนึก ไม่มีแม้แต่จะถามไถ่อาการบาดเจ็บหรือแม้แต่คำขอโทษแสดงความรับผิดก็ยังไม่มีเลย จึงอยากดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนสาเหตุที่ถูกเจ๊เดือนทำร้ายร่างกายนั้น ตนเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากเรื่องอะไร โดยส่วนตัวคิดว่า คนก่อเหตุเขาน่าจะเห็นเราอยู่คนเดียว ไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ เวลาเจ๊เดือนไม่พอใจใคร หรือมีเรื่องอะไรก็ตาม มักจะมาลงที่ตนเสมอ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลแพทย์เพื่อออกหมายเรียกคู่กรณีมาสอบปากคำ จากนั้นจะทำการแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป.



