วันที่ 18 พ.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ พ.ร.ก.กู้เงิน จะออกมาได้ 1.7-2 แสนล้านบาท และปี 70 จะเบิกจ่ายได้มากขึ้น ขณะที่หนี้สาธารณะจะอยู่ไม่เกิน 70% ซึ่งถ้าไม่มี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะทำให้กระทบกับเศรษฐกิจ ให้จีดีพีหายไป 0.4% หรือจีดีพีทั้งปี 69 อาจไม่ถึง 2%
ทั้งนี้ ประเมินสงครามตะวันออกกลางสถานการณ์จะสิ้นสุดลงกลางปีนี้ แต่ราคาน้ำมันจะยังคงอยู่สูงต่อเนื่อง จากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกทำลายต้องใช้เวลาฟื้นฟู ทำให้รัฐบาลควรช่วยดูแลค่าครองชีพ ถ้าเหตุการณ์ไม่ยุติ ก็จะทำให้เกิดวิกฤติค่าครองชีพได้และจะกระทบประชาชนได้ มองว่าวิกฤติรอบนี้ เป็นวิกฤติค่าครองชีพ จะยิ่งทำให้คนอยู่ยาก
ขณะที่เงินเฟ้อปีนี้ว่าจะเร่งตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2-3% จากประมาณการเดิมที่คาดไว้เพียง 0.2% เท่านั้น เพราะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากเงินเฟ้อในฝั่งผู้ผลิตได้เริ่มส่งผ่านมายังฝั่งผู้บริโภค จากผลของต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าขนส่งสินค้า ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
“มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ถือว่ามีผลต่อเงินเฟ้อน้อยมาก แต่ก็เป็นการช่วยค่าครองชีพ ให้ประชาชนมีกำลังใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อยู่ เพราะถ้าไม่มีเข้าไปช่วยเลย ราคาสินค้าสูง แต่ค่าครองชีพเท่าเดิม การใช้จ่ายก็คงจะมีปัญหา ดังนั้นจริง ๆ แล้ว เงินเฟ้อถ้าจะลดลง มันอยู่ที่การไปคุมต้นทุนของตัวที่จะผลักเข้ามาในเงินเฟ้อ ดังนั้นมาตรการที่ออกมา น่าจะมีผลช่วยเรื่องค่าครองชีพมากกว่า เงินเฟ้อก็คงขยับขึ้นไปตามต้นทุนต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเริ่มส่งผ่านมาจากฝั่งผู้ผลิต”
นายดนุชา กล่าวว่า การส่งออกในไตรมาสแรกปี 69 ขยายตัว 12.6% รับแรงส่งการส่งออกจากการค้าโลก มีแรงส่งไปได้อีกระยะหนึ่ง ตลาดส่งออกขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทั้งสหรัฐ จีน อาเซียน ยุโรป แต่ตลาดสินค้าซีแอลเอ็มวี ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ ลดลง โดยตะวันออกกลางจากความขัดแย้ง ทำให้การส่งออกสินค้าไปยากมากขึ้น
ขณะที่การนำเข้าเร่งตัวขึ้น ขยับตัวเพิ่ม 21.1% จากไตรมาสก่อนหน้า 9.5% เช่น แผงวงจรและชิ้นส่วน ซึ่งจากการนำเข้าค่อนข้างสูงในไตรมาสแรกปี 69 ทำให้ขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส อยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,600 ล้านบาท จากสินค้าทุนนำเข้ามา และที่น่าแปลกของไทย คือไทยนำเข้าทอง และอัญมณี จำนวนมาก ถ้าหักทองออก จะกลับมาเกินดุล โดยทองมีการนำเข้ามาไตรมาสแรกสูงถึง 3 แสนล้านบาท
“ตลาดการซื้อขายทองคำ เป็นตลาดหนึ่งที่คนไทยซื้อขายกันเยอะ บางวันมูลค่าซื้อขายมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลาดหุ้น) ทำให้ช่วงที่ผ่านมาในแง่การลงทุนตลาดหุ้นยังไม่น่าสนใจ จึงมาลงตลาดทอง เชื่อว่าสร้างกำไรได้มากกว่า แม้ตอนนี้ตลาดหุ้นจะปรับตัวดีขึ้นแล้วก็ตาม”



