สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่าสำนักงานการท่าเรือของยูเครนออกแถลงการณ์ ว่ากองทัพรัสเซียส่งโดรนอย่างน้อย 524 ลำ และขีปนาวุธอีกไม่ต่ำกว่า 22 ลูก โจมตีตามแนวชายฝั่งของยูเครน และส่งผลให้มีเรือพาณิชย์ 2 ลำถูกโจมตี ลำหนึ่งติดธงชาติของสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ และอีกลำติดธงชาติกินี-บิสเซา


ส่วนกองทัพเรือยูเครนให้ข้อมูลเพิ่มเคิม ว่าเรือติดธงชาติสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์มีชื่อว่า “เคเอสแอล เต๋อหยาง” ( KSL Deyang ) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าที่มีบริษัทของจีนเป็นเจ้าของและใช้ลูกเรือชาวจีนทั้งหมด ซึ่งการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธส่งผลให้ตัวเรือด้านหนึ่งไหม้เกรียม


อย่างไรก็ดี ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์และจัดการกับความเสียหายได้ด้วยตัวเอง และในช่วงเกิดเหตุ บนเรือไม่มีสินค้าแต่อย่างใด


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า “รัสเซียไม่มีทางที่จะไม่รู้ว่าเรือลำไหนกำลังแล่นอยู่ในทะเล” สื่ออย่างมีนัยว่า เป็นการโจมตีพลาดหรือไม่ ขณะที่ยังไม่มีฝ่ายใดในรัสเซียและจีนออกมาให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ


อนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงวันเดียว ก่อนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียมีกำหนดเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. นี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES