วันที่ 19 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส จะได้รับสิทธิกว่า 43 ล้านสิทธิ โดยจะเป็นวงเงินทั้งสิ้น 175,700 ล้านบาท ที่มาจากแหล่งเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน ไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นการทยอยกู้ ไม่ได้กู้มาไว้ก่อนทั้งหมด
สำหรับ โครงการไทยช่วยไทย พลัส จะได้รับสิทธิกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็น กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านคน และกลุ่มที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นกลุ่มคนทั่วไป รับสิทธิ 60/40 จำนวน 30 ล้านคน
ทั้งนี้ในส่วนวงเงิน 175,700 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้กับกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงิน 18,800 ล้านบาท (วงเงิน 300 บาทเดิม) และวงเงิน 36,900 ล้านบาท (วงเงินเพิ่ม 700 บาท) หรือรวม 55,700 ล้านบาท และกลุ่มคนทั่วไป 60/40 วงเงิน 120,000 ล้านบาท
เงื่อนไขสิทธิไทยช่วยไทย พลัส
- ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท แบ่งเป็นวงเงินเดิม 300 บาท และเป็นการเติมเงินใหม่อีก 700 บาทต่อเดือน ระยะเวลาใช้สิทธินาน 4 เดือน ตั้งแต่ 1 มิ.ย.69-30 ก.ย.69
“กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ รับสิทธิทันที ส่วนกรณีที่ต้องลงทะเบียนคัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่นั้น จะคัดกรองจากข้อมูลเดิมที่เคยลงทะเบียนไว้ก่อน คาดว่าระยะเวลา 2 เดือนถึงจะมาดูว่าจะลงทะเบียนใหม่ หรือไม่ต้องลงทะเบียนใหม่”
- ส่วนกลุ่มคนทั่วไป รับสิทธิ 60/40 จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน ระยะเวลาใช้สิทธิตั้งแต่ 1 มิ.ย.69-30 ก.ย.69 โดยเริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค.69 (เวลา 06.00-22.00 น.) หากใครที่เคยรับสิทธิโครงการเฟสก่อนหน้าแล้ว เพียงกดคลิกเดียว เพื่อยืนยันสิทธิบนแอปเป๋าตัง
ขณะที่ร้านค้าจะเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีเป้าหมาย 1 ล้านร้านค้า
นายลวรณ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส เป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ไม่ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจ จึง ไม่สามารถใช้สิทธิ ได้ที่ร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
สำหรับการใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทย พลัส
- บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้สิทธิได้ที่ร้านธงฟ้า ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
- คนทั่วไปรับสิทธิ 60/40 (คนละครึ่งพลัส) ใช้ได้ที่ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป บริการขนส่งสาธารณะ เช่น รถโดยสารประจำทาง รถสามล้อ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น



