เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 พ.ค. 69 พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ รอง ผบช.ตชด. แถลง ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 44 จ.ยะลา และกองร้อย ตชด.134 กก.ตชด.13 จ.กาญจนบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พหล เกตุแก้ว ผบก.ตชด.ภาค 4 พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.อ.เสกสรร อินทรสิทธิ์ รอง ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.ต.ท.เอกพล รุณทอง รอง ผกก.ตชด.44 นำกำลังจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดส่งชายแดนใต้ จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตพญาไท กทม.

ผบช.ตชด. กล่าวว่า ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 โดย กก.ตชด.44 สืบสวนเกาะติดขบวนการค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงจากตอนบนของประเทศส่งลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตชด.44 สืบสวนรู้ตัวระดับสั่งการ หรือหัวจ่าย ทราบชื่อ นายจิรวัฒน์ วิชาชัยยุทธ หรือเค อายุ 45 ปี ส่งสายลับเข้าแทรกซึม (ยังไม่ได้จับกุม) ทราบว่าเครือข่ายของนายเค นัดส่งไอซ์ ประมาณ 300 กิโลกรัม ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายเคได้สั่งการให้จัดหารถสำหรับขนไอซ์ลงใต้ โดยในค่ำวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สายลับนำรถไปจอดทิ้งไว้ใกล้ ๆ กับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา ตามที่ทราบเบาะแสจากนายเค

จากนั้นมีชายขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มารับรถกระบะตู้ทึบขับไปยังบ้านเลขที่ 42/24 หมู่ 9 ถนนเลียบคลองสอง ซอย 16 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. สถานที่พักยา พ.ต.ท.วิญญา ขวัญเกลี้ยง หัวหน้าชุดปฏิบัติการยาเสพติด กก.ตชด.44 และ พ.ต.ต.ชยันธร ชูกลิ่น ผบ.ร้อย ตชด.134 จึงติดตามไปพบชายและหญิง 3 คน ทราบชื่อต่อมา นายคุณภัทร ชะบางบอน อายุ 27 ปี คนขับรถตู้ทึบ นายเชิดศักดิ์ แก้วชิงดวง อายุ 44 ปี (คนขี่ จยย.มารับรถกระบะตู้ทึบ) น.ส.อรรถยา ฮองพิทักษ์ อายุ 49 ปี ภรรยานายเชิดศักดิ์ กำลังลำเลียงไอซ์ออกจากบ้านพักใส่รถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าว ตรวจสอบพบไอซ์ น้ำหนัก รวม 500 กิโลกรัม เข้าจับกุมทั้ง 3 คน และยึดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และรถที่ใช้ก่อเหตุ ควบคุมตัวดำเนินคดีฐานร่วมกันมีและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ ตำรวจตระเวนชายแดนกำลังขยายผลเครือข่ายนี้เพื่อจับกุมระดับสั่งการและเครือข่ายทั้งหมดต่อไป โดยมุ่งมั่นป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.