เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 69 กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) สรุปความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ชนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก–กำแพงเพชร 7 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผู้กำกับการ สน.มักกะสัน พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่ 320/2569 ของ สน.มักกะสัน
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเดินรถไฟแล้วจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย
- ผู้เชี่ยวชาญตำแหน่งสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง ให้การยืนยันว่า พนักงานขับรถไฟเคยขับผ่านจุดแยกสถานีรถอโศกฯ (ซุ้มอโศก) มาแล้วจำนวน 58 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2566–2569 รวมระยะเวลากว่า 3 ปี ส่วนช่างเครื่องเพิ่งปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 14 วัน และขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถไฟดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2
- หัวหน้าแผนกบริหารเทคนิคด้านการลากเลื่อน ให้การสอดคล้องกับสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ
- เจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถไฟและพนักงานกั้นรถไฟ โดยให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับรูปคดี
- เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลและซ่อมบำรุงระบบสัญญาณไฟ ไม้กั้นถนน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ยืนยันว่า อุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีความขัดข้อง
ส่วนเรื่องการเยียวยา ขณะนี้ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาทนายความ และหน่วยงานคุ้มครองสิทธิ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ หากได้ข้อสรุปจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป
ด้านยอดผู้บาดเจ็บทั้งหมด 30 ราย ขณะนี้ตรวจสอบพบว่าออกจากโรงพยาบาลแล้ว 14 ราย โดยสอบปากคำไปเมื่อวานนี้ 2 ราย และเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้อีก 9 ราย ส่วนอีก 3 รายเป็นชาวต่างชาติ อยู่ระหว่างติดตามตัวมาให้ปากคำ
ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมีจำนวน 16 ราย สามารถสอบปากคำเพิ่มเติมได้แล้ว 10 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ซึ่งไม่สามารถให้ปากคำได้ 4 ราย และมีอีก 1 รายยังไม่ได้สอบปากคำ ส่วนอีก 1 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน
สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 6 ราย คงเหลืออีก 2 ราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์
นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนยังได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดสำคัญรวม 5 จุด ได้แก่
- ซุ้มอโศก–ดินแดง
- ซุ้มเพชรพระราม
- ซุ้มพระราม 9
- ซุ้มนารายณ์
- ซุ้มศูนย์วิจัย
เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ รวมถึงพนักงานควบคุมไม้กั้น เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน บก.น.1 จะร่วมกันจำลองเหตุการณ์จริง โดยขึ้นรถไฟในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
จากภาพกล้องวงจรปิดบริเวณซุ้มพระราม 9 (ถนนเพชรอุทัย) และซุ้มอโศก–ดินแดง ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถยืนยันได้ว่า ขณะรถไฟแล่นผ่านทั้งสองจุดดังกล่าว พนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในหัวรถจักร
ส่วนมาตรการด้านการจราจร บก.น.1 ได้จัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟรวม 14 จุด พร้อมดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยสามารถจับกุมผู้ฝ่าฝืนข้อหาหยุดรถคร่อมรางรถไฟ หรือหยุดรถในระยะ 5 เมตรจากรางรถไฟ ได้ทั้งหมด 32 ราย ปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการออกใบสั่ง
ขณะเดียวกัน งานจราจร สน.มักกะสัน จะเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยห้ามหยุดรถค้างบนรางรถไฟในช่วงเวลา 10.00–18.00 น. พร้อมใช้มาตรการ “จัด–จับ–ปรับ” ได้แก่ จัดการจราจร ปลูกฝังวินัยจราจร จับกุมผู้ฝ่าฝืน และปรับจริง ปรับหนัก บริเวณถนนกำแพงเพชร ตัดถนนอโศก–ดินแดง อย่างต่อเนื่อง



