เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา อดีตผู้บังคับการกองสารนิเทศ และ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประกอบพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พร้อมอุทิศส่วนกุศลแด่บิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ และผู้ล่วงลับ ตลอดจนตั้งจิตอธิษฐานให้ประเทศชาติมีความสงบสุข ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น และพระพุทธศาสนาเจริญมั่นคงสืบไป

ในโอกาสดังกล่าว พล.ต.ต.อังกูร ได้เข้ากราบนมัสการ สมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อรับพรและความเป็นสิริมงคล ก่อนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า วันคล้ายวันเกิดของตนในทุกปี ไม่ใช่เพียงวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นโอกาสในการทบทวนเส้นทางชีวิต ระลึกถึงพระคุณของบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณ ตลอดจนตั้งมั่นที่จะดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง

“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของลูก หัวหน้าครอบครัว ข้าราชการตำรวจ หรือสมาชิกวุฒิสภา สิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดคือคำว่า ‘หน้าที่’ เพราะทุกหน้าที่ล้วนมีคุณค่า หากเราปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ”

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีในชีวิตราชการ พล.ต.ต.อังกูร ได้ปฏิบัติหน้าที่ในหลายหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งงานด้านความปลอดภัย งานถวายความปลอดภัย งานตำรวจทางหลวง งานตำรวจท่องเที่ยว และงานบริหาร ก่อนดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบการสื่อสารองค์กรและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติสู่สาธารณชน

ภายหลังเกษียณอายุราชการ พล.ต.ต.อังกูร ยังคงนำความรู้และประสบการณ์จากการทำงานมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ความสำคัญกับการพิจารณากฎหมาย การติดตามการบริหารราชการแผ่นดิน และการผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย การท่องเที่ยว การกีฬา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า แม้บทบาทในการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของชีวิต แต่ความตั้งใจในการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองยังคงเดิม

“เครื่องแบบอาจมีวันที่ต้องถอดตามวาระของชีวิตราชการ แต่หน้าที่ในการตอบแทนแผ่นดินไม่มีวันสิ้นสุด ผมจะยังคงใช้ประสบการณ์ ความรู้ และกำลังที่มี ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มความสามารถ”

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวด้วยว่า ประสบการณ์จากการรับราชการตำรวจทำให้ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับประชาชนในทุกระดับ เข้าใจปัญหาของสังคม และเห็นความสำคัญของการทำงานด้วยความเสียสละ ความรับผิดชอบ และความสามัคคี ซึ่งเป็นหลักคิดที่ยังคงยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่จนถึงปัจจุบัน

สำหรับการประกอบพิธีทำบุญในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตแล้ว ยังเป็นการน้อมระลึกถึงผู้มีพระคุณ และตอกย้ำความตั้งใจที่จะใช้ทุกช่วงเวลาของชีวิตสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และพระพุทธศาสนา ตามกำลังความสามารถที่พึงกระทำได้

ในช่วงท้าย พล.ต.ต.อังกูร ฝากข้อคิดว่า “ตำแหน่งเป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิต แต่หน้าที่คือสิ่งที่เราต้องรักษาไว้ตลอดชีวิต หากทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ประเทศชาติจะเดินหน้าได้อย่างมั่นคง และสังคมจะน่าอยู่ยิ่งขึ้น”