สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ว่า ไล่เผชิญกับแรงกดดันจากจีน ซึ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นของตน และเรียกเขาว่าเป็น “ผู้แบ่งแยกดินแดน” รวมถึงจากสหรัฐ ที่เป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญที่สุดของไต้หวันมาโดยตลอด
ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่า เขายังไม่ตัดสินใจเกี่ยวกับการขายอาวุธเพิ่มเติมให้กับไต้หวัน ซึ่งเขามองว่าเป็น “เครื่องมือต่อรองที่ดี” และไม่ต้องการให้ใครพูดถึง “การแยกตัวเป็นอิสระ”
Taiwan’s future cannot be decided by ‘external forces’, president says https://t.co/QuooAtmHvQ
— The Straits Times (@straits_times) May 20, 2026
อย่างไรก็ตาม ไล่กล่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเป ว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ “ของขวัญที่ตกลงมาจากฟ้า”
“อนาคตของไต้หวันไม่สามารถถูกตัดสินโดยอำนาจภายนอก หรือถูกคุกคามด้วยความกลัว ความแตกแยก หรือผลประโยชน์ระยะสั้น แต่อนาคตของไต้หวันต้องถูกกำหนดร่วมกันโดยประชาชน 23 ล้านคน” ไล่ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน และการป้องกัน “อำนาจภายนอก” จากการเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมของทั้งสองฝั่งช่องแคบ เป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของไต้หวัน
นอกจากนี้ ไล่ยังเน้นย้ำว่า ไต้หวันเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบของประชาคมระหว่างประเทศ ไม่ใช่ฝ่ายที่บ่อนทำลายเสถียรภาพ อีกทั้งไต้หวันเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์และเป็นระเบียบกับจีน บนหลักการของความเท่าเทียมและศักดิ์ศรี แต่ปฏิเสธความพยายามที่จะนำเสนอการรวมชาติเป็นสันติภาพ.
เครดิตภาพ : REUTERS



