วานนี้ (13 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศเผยเรื่องที่น่าประทับใจซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สองอำเภอเล็กๆ ในจีนทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้ชาวเมืองของแต่ละฝ่ายไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวของกันและกันได้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นความมีน้ำใจของชาวเมืองแห่งหนึ่งที่ร่วมใจกันซื้อแอปเปิลของเกษตรกรที่ล้มป่วยจากอีกเมืองหนึ่ง
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เมื่อ จีเหยาจง เกษตรกรวัย 44 ปีจากอำเภอหยางเซี่ยน มณฑลส่านซี ขับรถบรรทุกแอปเปิลจำนวน 4,000 กิโลกรัม เพื่อไปขายที่อำเภอเสียนเฟิง มณฑลหูเป่ย แต่เขากลับเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกกะทันหัน ส่งผลให้แขนขวาชาและพูดไม่ชัด จึงรีบเข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนประจำอำเภอเสียนเฟิง
แม้แพทย์จะช่วยชีวิตเขาไว้ได้ แต่เขาจำเป็นต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายต่อเนื่องยาวนาน ต่อมา เหลียงลี่ลี่ ภรรยาของเขาได้เดินทางมาดูแลเขาที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากเธอขับรถไม่เป็น จึงต้องจอดรถบรรทุกที่เต็มไปด้วยแอปเปิลทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล
นายจีเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียวของบ้าน เขามีพ่อแม่ที่ล้มป่วยและลูกวัยเรียนอีก 2 คนที่ต้องดูแล เมื่อทางโรงพยาบาลเสียนเฟิงทราบถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ จึงได้ออกประกาศให้เจ้าหน้าที่และพนักงานในโรงพยาบาลในช่วงบ่ายวันที่ 4 พฤษภาคม เชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันซื้อแอปเปิลเพื่อช่วยลดภาระการขาดทุนของเขา

พนักงานจากฝ่ายโลจิสติกส์ได้ช่วยกันขับรถบรรทุกของนายจีมาจอดที่หน้าประตูโรงพยาบาล พร้อมกับตั้งบูธเพื่อช่วยขายผลไม้เหล่านั้นให้ นายจีเล่าว่า พวกเขาขายแอปเปิลให้ในราคา 2.5 หยวน (ประมาณ 13 บาท) ต่อกิโลกรัม
พนักงานในโรงพยาบาลบางคนยอมจ่ายเงินกว่า 500 หยวน (ประมาณ 2,500 บาท) เพื่อซื้อแอปเปิล ในขณะที่คนอื่นๆ ใช้เวลาว่างมาช่วยคัดแยก บรรจุหีบห่อ และชั่งน้ำหนัก ส่วนบางกลุ่มก็คอยส่งอาหารให้ภรรยาของนายจี พร้อมกำชับให้เธอดูแลสุขภาพตัวเองด้วย
โครงการช่วยซื้อแอปเปิลนี้กลายเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียของอำเภอ และด้วยการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเมือง ทำให้แอปเปิลทั้งหมด 4,000 กิโลกรัมขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 19 ชั่วโมง สร้างรายได้รวมให้กับนายจีถึง 34,000 หยวน (ประมาณ 170,000 บาท)
“ผมรู้สึกซาบซึ้งใจต่อชาวเสียนเฟิงอย่างสุดซึ้ง แอปเปิลเหล่านี้มีต้นทุนกว่า 20,000 หยวน ถ้าพวกมันเน่าเสียไป ผมก็คงไม่รู้จะทำอย่างไรดี” นายจีกล่าว ส่วนนางเหลียงซึ่งตื้นตันจนน้ำตาไหลบอกผู้สื่อข่าวว่า “คุณหมอช่วยชีวิตสามีฉันไว้ ส่วนชาวเมืองผู้ใจบุญก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินให้ครอบครัวเรา ฉันไม่มีญาติที่เสียนเฟิงเลย แต่กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นคนในครอบครัว ฉันจะไม่มีวันลืมความอบอุ่นที่ได้รับจากพวกคุณเลยค่ะ”

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ทางการของอำเภอหยางเซี่ยนซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายจี ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคมเป็นต้นไป สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งในอำเภอจะเปิดให้ชาวเมืองเอินซือ ซึ่งเป็นเมืองที่กำกับดูแลอำเภอเสียนเฟิง เข้าชมฟรีเป็นเวลา 1 ปี
สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้รวมถึงสุสานของไช่หลุน ขันทีในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้พัฒนาการผลิตกระดาษแบบสมัยใหม่ของจีน และสวนป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกช้อนหอยหงอน ซึ่งเป็นนกหายากที่ใกล้สูญพันธุ์
ในวันถัดมา อำเภอเสียนเฟิงก็ได้ตอบแทนความมีน้ำใจด้วยการประกาศนโยบายเดียวกันให้กับชาวอำเภอหยางเซี่ยน โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเสียนเฟิงคือ ป้อมปราการถังหยาถู่ซือ ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงของกลุ่มชาติพันธุ์ในท้องถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
“ช่างเป็นการตอบแทนความเมตตาและความกตัญญูที่งดงามของทั้งสองฝ่ายจริงๆ” ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าว
ขณะที่อีกคนบอกว่า “เรื่องนี้ทำเอาฉันน้ำตาซึมเลย ผู้นำและพนักงานของโรงพยาบาลในหูเป่ยทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมากในการระดมความช่วยเหลือจากคนทั้งอำเภอ ขอบคุณสำหรับความรักที่ยิ่งใหญ่นี้”
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Pixabay / Larisa Koshkina, ifeng.com



