ยังคงหลั่งไหลมาไม่หยุดสำหรับบทสรุปมหากาพย์ดราม่าช็อกวงการเพลงลูกทุ่งจ้า สำหรับกรณีของ “ติณติณ จรัสรวี” สมาชิกหนุ่มสุดฮอตของวงบอยแบนด์ New Country สังกัดค่ายแกรมมี่ โกลด์ ที่ถูกหญิงสาวคู่กรณี “ฟารีดา”ออกมาแฉระเบิดบอมบ์อ้างว่ามีความสัมพันธ์กันจนตั้งครรภ์แต่ฝ่ายชายปัดความรับผิดชอบ 

ล่าสุดหลังจบรายการ โหนกระแส เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 หนุ่มติณติณพร้อมทนายความส่วนตัวได้ออกมาเปิดหน้าชน ยืดอกชี้แจงทุกประเด็น โดยเผยว่า

“สำหรับเรื่องลูกถ้าผลตรวจออกมาแล้วไม่ใช่ลูกของเรา อย่างแรกเลยคือถ้าจะเดินหน้าต่อก็ต้องตรวจดีเอ็นเอก่อน (ทนาย: คือถ้าไม่ใช่ตัวน้องเองคงยังไม่ได้ตัดสินอะไรในตอนนี้ อาจจะเป็นในเรื่องของทีมงานหลังบ้าน อาจจะต้องเป็นในทีมของ นิวคันทรี และทางแกรมมี่โกลด์ว่าจะมีการดำเนินการอะไรหรือเปล่าหลังจากนี้ จากที่เห็นออกไปจะเห็นว่าพูดพาดพิงถึงหลายๆ คน) ถ้าถามว่าในใจของเราคิดว่าเป็นลูกเราไหม ผมอยากให้ผลตรวจเป็นสิ่งที่พิสูดน์มากกว่า เพราะฉะนั้นเลยอยากรีบดำเนินการเรื่องนี้ให้ไวที่สุด

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ ยืนยันอีกทีครับผมไม่ได้เป็นแฟนกัน แล้วเรื่องความรัก ถ้าคนรักกันก็ไม่น่าทำแบบนี้หรอกครับ แล้วที่เขาบอกว่ามีการเรียกว่าแฟนจ๋า ไม่เคยครับ จริงๆ ผมส่งหลักฐานข้อมูลการแชททั้งหมดให้ในรายการด้วย ส่วนที่คุยกับเขาถามว่าคุยในฐานะอะไร คือในฐานะเพื่อนร่วมวงการเฉยๆ ไม่ใช่ฐานะแฟนคลับด้วยนะ คือเพื่อนที่ทำงานร้องเพลงเหมือนกัน ปรึกษาเรื่องของคนในวง เรื่องของเพลง เรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ แค่นั้นเลยครับ

ถามว่างงไหมที่เขาบอกเพื่อนเราตั้งแต่ท้องเดือนแรก ในเดือนมีนา และมาบอกเราในเดือนพฤษภาว่าท้อง สุดๆ เลยครับ เพราะตอนแรกที่ผมไม่ได้ออกมาเทกแอ็กชันมากมาย คืออย่างแรกผมไม่เชื่อด้วยส่วนหนึ่ง อาจจะเรื่องของไทม์ไลน์ที่นับแล้วไม่ตรง แล้วในเรื่องของพฤติกรรมของเขาด้วย กุเรื่องสร้างเรื่องโกหก แล้วจะมีแชทที่บอกว่าเขาดูเพศของเด็กในครรภ์แล้วตั้งแต่สองเดือน ซึ่งผมไปหาข้อมูลมา แล้วมันเป็นจุดหนึ่งที่ผมเอ๊ะขึ้นมา มันไม่ควรจะรู้ได้นิในตอนนี้ มันเลยทำให้ผมไม่เชื่อ แต่เพราะผมไม่เห็นแชทที่มาเริ่มต้นของเพื่อนผม (นีโอ) ก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้กุเรื่องท้องขึ้นมาหรอก แต่เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเด็กคนนั้นมีสายเลือดเราไหม ก็ต้องรีบดำเนินการให้ไวที่สุด

ส่วนอยากบอกอะไรไหมเพราะวันนั้นที่เขามาในรายการแล้วมีคนโฟนอินเข้ามา ในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกัน ผมขอยืนยันว่าผมป้องกันตลอด บางครั้งอาจจะพลาด และไม่อยากพาดพิงคนอื่นด้วย ก็ยังตามเดิมครับ เรื่องของถุงยางมันป้องกันได้ทั้งเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ในเรื่องของโรคด้วย มันเป็นบทเรียนเลยว่าการขาดสติ แต่ว่าจริงๆ มันก็ควรทำให้มันรอบคอบมากกว่านี้

สำหรับเรื่องพฤติกรรมของเขาที่เรารู้สึกว่ามันแปลกๆ ก็ผมรู้สึกมาสักพักแล้วนะครับ ถึงได้ไปคุยกับเพื่อนว่า จะพยายามเว้นระยะห่างดีกว่า มันจะเกิดปัญหาในภายหลัง แต่พอมันเรื่องนี้ ก็ให้หลักฐานตัดสินดีกว่า การที่เขาบอกใกล้ถึงห้าเดือนแล้ว ผมว่าเขาอาจจะมีการรับรู้คลาดเคลื่อนหรือเปล่า ถ้านับจากกุมภามาตอนนี้ (ทนาย: ที่เขาพูดกับคุณหนุ่มว่า 17 สัปดาห์ แต่ถ้าเราพูดถึงที่แชทกันกับน้องนีโอในรายการ เราจะทราบว่าแบบไหน ก็ให้ผู้ชมตัดสินเอาเนาะ แต่ในส่วนของน้องติณณ์ ก็ยืนยันแหละว่าถ้าเป็นลูกเขาเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบ น้องพูดหลังไมค์ตลอดกับทีมงาน คือเราก็เลยมองว่าก็ต้องไปตรวจ สิ่งสำคัญที่สุดที่ฝั่งน้องตินตินอยากทำก็คือการตรวจเพื่อให้รู้ผลเพื่อที่เราจะได้เข้าเป็นพ่อของเด็กที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังจากนั้นก็มาดำเนินการกันว่าจะเอายังไงต่อ ถ้าใช่หรือไม่ใช่ก็อย่างที่แจ้งก็ต้องรอผล) เรื่องไทม์ไลน์มันสับสนมาตั้งแต่ในแชท

ห้าวันที่ผ่านมาก็รู้สึกอัดอั้นเหมือนกัน ผมไม่ใช่ตัวคนเดียว ทำอะไรก็ต้องนึกถึง ไม่ว่าจะเป็นค่ายหรือคนรอบตัวต่างๆ เพราะฉะนั้นผมก็มีการปรึกษาค่ายก่อน เราก็เล่าเรื่องให้ค่ายฟังก่อนว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อาก๊อท ก็ให้คำปรึกษาตลอด แล้วก็โทรคุยแล้วรวบรวมหลักฐาน มองว่าตรงไหนมันจริงหรือไม่จริง จริงแค่ไหน เพราะว่าเรื่องนี้จริงๆ ก็ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม

หลังจากนี้ถามว่าจะเลิกพฤติกรรมแบบนี้ไหม คือเรื่องการไปเที่ยวผมไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้ว ผมมาสนใจในเรื่องของการออกกำลังกายมากกว่า รู้สึกว่ามันมีเป้าหมายที่ชัดขึ้นในตอนนี้ ก็เข็ดเหมือนกันครับ เป็นบทเรียนในชีวิตเลย หลายคนก็รู้สึกผิดหวังกับเราก็อยากจะบอกกับแฟนคลับทุกคนเลยนะครับ ผมอยากจะขอโทษ และอยากขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตและส่งกำลังใจมาให้ ผมอ่านทุกอย่างอ่านทุกข้อความ ผมขอบคุณมากจริงๆ ครับ แล้วที่วันนี้ผมออกมาพูดไม่ใช่แค่ตัวผมคนเดียว ผมอยากจะชี้แจงให้แฟนคลับทุกคนที่รักแล้วคาดหวังในตัวผมได้รับรู้ไว้ด้วยครับ

ตอนที่อาก๊อท รู้เรื่องครั้งแรกเขาก็เป็นห่วงมากๆ แน่นอนว่าเราเล่าจากปากให้เขาฟัง เขาก็ให้คำปรึกษา ให้ไปไล่เช็กทุกอย่างว่าสิ่งที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถามว่ากลัวไหมว่าข่าวนี้จะทำให้เราออกจากวงการ คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ร้ายแรง และการเป็นนักร้องก็เป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็ก ความพยายามตลอด 18 ปีที่ผ่านมาก็อยากจะเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ แต่พอเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าแอบเศร้า แล้วในรายการที่อาก๊อท บอกว่าเราเป็นเหยื่อ ผมว่าอาเป็นห่วงแหละครับ ผมไม่อยากกล่าวหาหรือว่าตัดสินใคร แค่ตอนนี้ทำทุกอย่างให้มันถูกต้องก็พอแล้ว

ส่วนตอนแรกที่พูดในลักษณะให้ฝ่ายหญิงยุติการตั้งครรภ์ ผมเข้าใจว่าผมทักไปคุยกับเขาไปเคลียร์กับเขา หญิงก็ตกใจ ผมก็ตกใจ เราก็มีการปรึกษากัน มันคือการพูดคุยและปรึกษากันมากกว่า ปัญหาท้องไม่พร้อมก็คือการหาทางออกร่วมกัน ถ้าฝ่ายเขาไม่พร้อม ผมก็รู้สึกว่ามันยังไม่พร้อม ผมว่าการยุติการตั้งครรภ์มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด การที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาในสังคม มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องใช้ทั้งเงินทั้งเวลา มันไม่ใช่แค่แบบว่าเราต้องดูแลเขามากขนาดไหน คือผมคิดว่ามันคือการปรึกษาหาทางออก แต่ในตอนนั้นก็มีหลายอย่างในตอนนั้นที่ผมไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ก็ต้องรอผลพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าสุดท้ายจะเป็นยังไง

สำหรับเรื่องนี้ก็ได้บทเรียนหลายๆ อย่าง เรื่องการขาดสติ เรื่องของความรับผิดชอบ เรื่องของการป้องกัน วันนี้ก็อยากดำเนินการให้ไวที่สุด จริงๆ ถ้าเป็นลูกผมจริงๆ ผมอยากได้น้องมาดูแลเอง และนี่ก็คือความคิดในตอนนี้ครับ“

ทนายเผยต่อว่า “คือที่เราออกมามันไม่ใช่แค่เรื่องเด็กเรื่องเดียว มันเรื่องของอนาคตของน้องที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทางแกรมมี่เองเขาก็จับตามองอยู่ว่ายังไงเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด เราต้องเคลียร์ แล้วในเรื่องของพรากผู้เยาว์ เราต้องทำให้สังคมเคลียร์ว่าประเด็นตรงนี้เราไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ แล้วในส่วนของเรื่องท้อง เรื่องความสัมพันธ์ ทนายแยกนะคะ ทนายมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ว่าเขาจะสดหรือไม่สด มันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ท้ายที่สุดแล้วเด็กเป็นสิ่งที่ยืนยันแหละว่าเป็นเขาหรือเปล่า เดี๋ยวหลังจากนั้นเราก็ต้องรอว่าจะรับผิดชอบแบบไหนก็ต้องรอดูค่ะ

ถ้าตรวจแล้วสมมุติว่าไม่ใช่ลูกถามว่าทางเราจะดำเนินการกฎหมายกับคู่กรณีไหม ก็ให้เป็นเรื่องของทางค่ายตัดสินใจ ทางทนายก็ซัพพอร์ตทุกหนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็ต้องรอให้ทางทีมของฝ่ายตัดสินใจอีกทีหนึ่งว่าจะดำเนินการอะไรไหม และในส่วนตัวของน้องด้วย พูดตรงๆ พอถึง ณ จุดนี้ เสียหายเรื่องการงานมันชัดเจนมากๆ อยู่แล้ว เพราะว่าโดนถอด”