พรรคก็รับฟังและมีปฏิกิริยาตอบรับ แฟนคลับของพรรคก็คงอยากให้พรรคดำเนินการไปตามครรลองอุดมการณ์ที่สร้างมาแต่แรก แต่ที่กลายเป็นความอ่อนไหวคือ เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็อาจมีผลต่อเสถียรภาพการดำเนินงานของพรรค
บางทีดราม่าดันมาเกิดในช่วงที่“ต้องรวมกันเราอยู่” อย่างล่าสุด การตั้งนายสุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พรรค เสียงก่นด่าวิจารณ์หนักมาก ว่า “ทำไมพรรคถึงเลือกคนที่คิดต่างจากอุดมการณ์แรกเริ่มของพรรคมาทำงาน” ไปจนถึงว่า ทำไมถึงเลือกคนนอก มีชื่อเสียง Elite มาทำงานระดับใหญ่ ทั้งที่คนที่ทุ่มเททำงานเพื่อพรรคคนอื่นยังมีอีกหลายคน พวกเขาเหล่านี้ได้รับการพิจารณาอย่างไร ในฐานะอะไรบ้าง ?
กระแสสุรพลเล่นเอาการเดินเกมเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของพรรคส้มเป๋ “ดร.โจ”ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครก็แข่งกับ “อ.ทริป”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แบบหืดขึ้นคอหนักอยู่แล้ว มาเจอกระแส“มีสุรพลไม่มีกู” จากโหวตเตอร์พรรคเข้าอีกคะแนนยิ่งลด ก็ได้แต่ชูจุดขายเรื่องเลือกคนของพรรคส้ม เลือก สก.พรรคส้ม ได้คนทำงานทีมเดียวกันขึ้นสู้ .. ซึ่งดูไปก็น่าสงสาร “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ที่ต้องออกหน้าเผชิญทุกดราม่า
พรรคส้มก็ต้องประคองตัวต่อไป ตลอดอายุสภา มีงานอื่นๆ ที่จะเรียกความนิยมกลับมาได้ เช่นการออกกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน การปราบโกง การปราบสแกมเมอร์ การตรวจสอบโครงการใหญ่อย่างแลนด์บริดจ์ หรือการใช้เงินกู้ กระทั่งในเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้ว่า โอกาสที่จะใช้สูตร ส.ส.ร. ของพรรคส้มอาจถูกตีตก เนื่องจากข้ออ้างมีการให้เลือกผ่านคูหา แต่พรรคก็ต้องตรวจสอบจับตา ป้องกันการกินรวบอำนาจทั้งใน ส.ส.ร.และกระบวนการยกร่าง
ประเด็นที่พรรคทำได้ประสบความสำเร็จเป็นภาพลักษณ์ของพรรค คือเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เริ่มจากการที่เป็นพรรคมี สส.ประกาศตัวเป็น LGBT ชัดเจนพรรคแรก ยังเป็นพรรคที่มีภาพว่าสู้ยิบตาในเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งกลายเป็นพัฒนาการสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนของไทย และในวาระเดือน มิ.ย. เดือนแห่งความหลากหลายทางเพศและอัตลักษณ์เท่าเทียม พรรคได้โพสต์ X เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. จะสร้างความเท่าเทียมอีกหลายเรื่อง
“พรรคจะผลักดันสิทธิความเท่าเทียมอื่น อาทิ กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองผู้ถูกกระทำให้ครอบคลุม ร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะคุ้มครองอัตลักษณ์เปราะบางในสังคมไทย การแก้ไขกฎหมายลำดับรองกว่า 50 ฉบับให้สอดรับกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม รวมถึงการ “รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ (คำนำหน้านามตามสมัครใจ) เราจะเปิดพื้นที่รับฟังทุกมุมมองอย่างรอบด้าน ก่อนนำเสนอร่าง”
เรื่องกฎหมายรับรองเพศละเอียดอ่อน ขับเคลื่อนต้องดูเวลาเหมาะสม สังคมพร้อม การดำเนินการของพรรคเละไปแล้วในช่วงเลือกตั้ง ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ LGBT ของพรรครายหนึ่ง มาทำเฟียส ทำแรง ประกาศจะให้หญิงข้ามเพศใช้นางสาวให้ได้ โดนวิจารณ์หนักเข้าก็จะให้ยอมรับแนวคิด Non-binary คือให้ยอมรับว่า มีเพศอื่นที่ไม่ใช่ LGBT แต่เป็นเพศที่ไม่นิยามตัวตนอีก ระวังแทนที่คนพยายามเข้าใจ กลายเป็นพาลเกลียด ว่าคิดแต่ตัวเองถูก ระวังเขาจะเหมาเอาทั้งพรรค
เรื่องเพศ ถ้าไปกระทบความเชื่อเดิมของสังคม ยิ่งต้องใช้ความรู้และเวลารณรงค์ ไม่ใช่โวยวายรีบจะเอา อ้างว่ากลุ่มตัวเองจำเป็นตะพึดตะพือ พรรคสนับสนุน LGBT แต่ต้องฟังเสียงสังคมดังๆ ด้วย ว่า “ทำไมเสียงตอบรับกฎหมายรับรองเพศถึงยังไม่ดีในขณะนี้” พรรคมีจุดยืนในรายละเอียดอย่างไร เช่น จะรับรองให้เฉพาะแปลงเพศแล้วหรือไม่ บันทึกเพศเก่าไว้ที่ไหน ฯลฯ มีวิธีทำความเข้าใจอย่างไร ออกมาแล้วถ้ามีผลกระทบในสังคมหนัก มันก็ไม่คุ้ม
ขับเคลื่อนอะไร กระแสสังคมก็สำคัญ อย่าให้ถูกมองได้ว่า เอาใจ Woke ไปเสียทุกเรื่อง จะเสียมวลชน.



