ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน และข้อพิพาทจากแนวเขตที่ดินของรัฐที่ซ้อนทับกัน ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน หลายพื้นที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินทำกิน ขณะที่ภาครัฐเองก็เผชิญความทับซ้อนของอำนาจและกฎหมาย จนส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายบริหารจัดการที่ดินของประเทศ ภายใต้แนวคิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด สคทช. จัดงานสัมมนาครบรอบ 5 ปี ภายใต้หัวข้อ “5 ปี สคทช. สร้างความมั่นคงด้านที่ดิน สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” ณ ห้องเมย์แฟร์ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่หน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ คทช. ท่ามกลางผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายกว่า 400 คนเข้าร่วม

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยเฉพาะการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชน ควบคู่กับการสร้างอาชีพและลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งที่ผ่านมา สคทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถผลักดันภารกิจสำคัญได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของรัฐ การพิสูจน์สิทธิในที่ดิน และการผลักดันแนวคิด “One Map” เพื่อให้ประเทศมีแนวเขตที่ดินของรัฐเป็นหนึ่งเดียว

พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำแนวทาง “One Land, One Law” หรือ “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” เพื่อลดข้อพิพาทด้านที่ดิน สร้างความชัดเจนในการบริหารจัดการ และให้ประชาชนเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างเป็นธรรม ผ่านกระบวนการพิสูจน์สิทธิที่โปร่งใสและเป็นไปตามหลักวิชาการ

อีกประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นในเวทีสัมมนาครั้งนี้ คือ การยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์จากพื้นที่ คทช. สู่ตลาดโลก โดยมุ่งพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นผลผลิตจากพื้นที่ที่รัฐจัดสรรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่า หรือการตัดไม้ทำลายธรรมชาติ

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับกระแสโลกด้านสิ่งแวดล้อมและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change โดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร

ด้าน ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการ สคทช. กล่าวว่า ปัญหาที่ดินถือเป็นรากฐานของความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมายาวนาน จนนำมาสู่การตราพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และการจัดตั้ง สคทช. อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นกลไกกลางในการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน
ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 จนถึงปัจจุบัน สามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนได้แล้ว 1,672 พื้นที่ ครอบคลุม 73 จังหวัด รวมเนื้อที่ประมาณ 4.53 ล้านไร่ โดยดำเนินการอนุญาตตามกฎหมายแล้วกว่า 3.7 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนได้รับสิทธิเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้วกว่า 101,453 ราย และมีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพในพื้นที่ คทช. จำนวน 389 พื้นที่ ครอบคลุม 69 จังหวัดทั่วประเทศ
ภายในงานสัมมนายังมีการจัดเสวนาทางวิชาการ นิทรรศการนวัตกรรมการจัดการที่ดิน ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากชุมชน คทช. เพื่อสะท้อนบทบาทของการจัดการที่ดินที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจฐานราก และการพัฒนาที่ยั่งยืน
การเดินหน้าภารกิจของ สคทช. หลังจากนี้ จึงไม่เพียงเป็นการแก้ปัญหาที่ดินของประเทศเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “สคทช.บริหารจัดการที่ดิน ประชาชนอยู่กินยั่งยืน”



