เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ภายหลังจากที่ชุดสืบสวนคดีรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ประกอบด้วย ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล 1 และชุดสืบสวน สน.มักกะสัน ได้จำลองสถานการณ์การเดินรถไฟมายังจุดเกิดเหตุ โดยชุดสืบสวนได้ขึ้นรถไฟจากสถานีหัวหมาก แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง มายังซุ้มรถไฟอโศก-ดินแดง ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ รวมระยะทางประมาณ 9.2 กิโลเมตร โดยระหว่างทางชุดสืบสวนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานการวิ่งรถไฟจากซุ้มสำคัญก่อนถึงจุดเกิดเหตุในระยะประมาณ 3.68 กิโลเมตร ตั้งแต่ซุ้มเพชร-พระราม, สถานีรถไฟคลองตัน, ซุ้มศูนย์วิจัย, ซุ้มนารายณ์, ซุ้มพระราม 9 และซุ้มอโศก-ดินแดง

สำหรับระยะห่างของแต่ละซุ้ม มีดังนี้ ซุ้มเพชร-พระราม ถึงสถานีรถไฟคลองตัน ระยะทางประมาณ 800.43 เมตร, สถานีรถไฟคลองตัน ถึงซุ้มศูนย์วิจัย ระยะทางประมาณ 530.75 เมตร, ซุ้มศูนย์วิจัย ถึงซุ้มนารายณ์ ระยะทางประมาณ 720.09 เมตร, ซุ้มนารายณ์ ถึงซุ้มพระราม 9 ระยะทางประมาณ 1.08 กิโลเมตร และซุ้มพระราม 9 ถึงซุ้มอโศก-ดินแดง ระยะทางประมาณ 550.11 เมตร
สำหรับประเด็นที่ชุดสืบสวนเก็บข้อมูลในระหว่างการจำลองสถานการณ์ ประกอบด้วย 1.การตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมราง ในระยะเท่าใด 2.ระยะการหยุดเบรกรถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าใดก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าใด

นอกจากนี้ยังตรวจสอบความเร็วของรถไฟว่าใช้ความเร็วเท่าใดตั้งแต่วิ่งรถไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟ โดยประเด็นเหล่านี้ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อตรวจสอบว่าสอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การวิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการตีสัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและสัญญาณธง
สำหรับการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ ชุดสืบสวนได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ชุด คือ เจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์บนรถไฟ และเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ ส่วนขบวนรถไฟที่ใช้จำลองสถานการณ์เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติ ซึ่งจากการยืนยันของการรถไฟแห่งประเทศไทยระบุว่า ทั้งรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่งมีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกัน

ทั้งนี้ เนื่องจากหัวรถจักรมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ชุดสืบสวนจึงขอสงวนงดให้สื่อมวลชนขึ้นรถไฟติดตามภารกิจดังกล่าว โดยในการจำลองสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ขึ้นขบวนรถไฟพิเศษ หมายเลข 4555 ซึ่งประกอบด้วยหัวรถจักรและตู้โดยสาร 1 โบกี้ ภายในมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่การรถไฟร่วมสังเกตการณ์ ขบวนรถไฟได้ออกจากสถานีรถไฟหัวหมาก เวลา 13.55 น. มาถึงซุ้มไม้กั้นรถไฟอโศก-ดินแดง เวลา 14.19 น. ใช้เวลาประมาณ 19 นาที
จากการสังเกตพบว่า เมื่อรถไฟอยู่ห่างในระยะที่คาดว่าเป็นซุ้มพระราม 9 ซึ่งห่างประมาณ 550.11 เมตร เจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นได้กดเปิดสัญญาณโหม่งเตือนผู้สัญจร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและสายตรวจ ขสมก. ร่วมกันเคลียร์การจราจร และมีเจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นอีกนายยืนที่บริเวณเกาะกลางถนนเพื่อชูสัญญาณธง จนกระทั่งรถไฟมาถึงซุ้มอโศก-ดินแดง เมื่อเจ้าหน้าที่เคลียร์การจราจรได้แล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นได้กดปุ่มสัญญาณเพื่อให้ไม้กั้นลงมา และเจ้าหน้าที่ควบคุมไม้กั้นอีกนายได้โชว์สัญญาณธงสีเขียว ส่วนขบวนรถไฟได้ชะลอความเร็วและหยุดรถก่อน แล้วจึงค่อยทำความเร็วข้ามถนนอโศก-ดินแดงไป โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเก็บข้อมูลอยู่ที่หัวรถจักรประมาณ 4-5 นาย ในระหว่างที่พนักงานขับรถและช่างเครื่องปฏิบัติหน้าที่ เมื่อรถไฟข้ามถนนไปแล้วการจำลองสถานการณ์จึงเสร็จสิ้นลง ซึ่งชุดสืบสวนจะนำข้อมูลมารวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ ที่ สน.มักกะสัน ก่อนจะแถลงชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป.



