เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่กระทรวงแรงงาน น.ส.ธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชน นำตัวแทนคนงานที่เคยเดินทางไปเก็บผลไม้ในสวีเดนและฟินแลนด์เข้าพบกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน เพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องเงินประกันรายได้และเงินกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2-3 ปี และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยแรงงานระบุว่ามีการเริ่มยื่นเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 และมีการเขียนคำร้องอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 โดยหน่วยงานรัฐอ้างว่ามีขั้นตอนการรอกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ทั้งนี้ ในการเข้าพบผู้บริหารในอดีต แรงงานเคยได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะมีการจัดลำดับผู้ที่มีรายชื่อในคอมพิวเตอร์ 187 คนแรกก่อนเพื่อจ่ายเงินชดเชย แต่เมื่อติดตามผลกลับได้รับคำตอบว่า หมดระยะเวลาการยื่นคำร้อง ทั้งที่แรงงานติดตามเรื่องมาโดยตลอด

น.ส.ธนพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนตัว รมว.แรงงานมาหลายคน แต่การดำเนินการให้ความช่วยเหลือกลับไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นหลักที่แรงงานต้องการทวงถาม คือเรื่องเงินกองทุนประกันรายได้ ซึ่งในสมัยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านหนึ่งเคยลงพื้นที่พบปะแรงงานและประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อมวลชนว่า เงินประกันรายได้ยังไงก็ต้องได้ โดยมีการชี้แจงว่าบริษัทจัดหางานได้นำเงินของแรงงานมาวางไว้กับกรมการจัดหางานแล้ว ก่อนที่แรงงานจะเดินทางไปทำงาน เพื่อเป็นหลักประกันว่าหากแรงงานกลับมาแล้วไม่ได้รับเงินตามสัญญาหรือไม่มีรายได้เลย จะต้องมีการจ่ายเงินส่วนนี้คืนให้แรงงาน รวมถึงเงินกองทุนช่วยเหลือคนงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งแรงงานจ่ายสมัครสมาชิกคนละ 500 บาท พร้อมระบุว่าทางกรมการจัดหางาน แจ้งว่ามีรายชื่อแรงงานที่ได้รับสิทธิในระบบประมาณ 400 กว่าคน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกลับพบชื่อในระบบคอมพิวเตอร์เพียง 187 คน แรงงานจึงมองว่าเกิดจากความบกพร่องของบริษัทจัดหางานที่ไม่นำส่งเงินเข้ากองทุน หรือระบบการตรวจสอบของกรมการจัดหางานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่องก่อนจะเข้ารับตำแหน่ง รมว.แรงงาน เข้าใจว่าร้องเรียนมาช่วงปี 2565-2566 และยังเป็นปัญหาที่ค้างคาอยู่จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานพิจารณาแนวทางช่วยเหลือแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบหรือเสียสิทธิจากข้อจำกัดของกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะกรอบระยะเวลาในการยื่นคำร้องหรือทบทวนสิทธิ การที่จะระบุว่าแรงงานหมดสิทธิหรือพ้นกรอบเวลาตามกฎหมาย อาจต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เยียวยาแรงงานกลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุด โดยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินการที่สามารถทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ก่อนแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ได้รับผลกระทบรับทราบภายใน 2 สัปดาห์.