กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาคนในแวดวงสถานบันเทิงและชาวเน็ตพากันเดือดดาลจนอุณหภูมิทะลุปรอท สำหรับกรณีคลิปฉาวสุดระทึกขวัญเมื่อมีนักท่องเที่ยวชายกร่างรายหนึ่ง บุกปีนขึ้นไปบนบูธดีเจของร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ก่อนจะส่งเสียงข่มขู่และลงมือทำร้ายร่างกายดีเจด้วยการตบเข้าที่ศีรษะอย่างแรงหลายต่อหลายครั้ง เพียงเพราะเกิดอารมณ์ไม่พอใจแสนสาหัสที่ตนเองเดินไปขอเพลง Happy Birthday แล้วดีเจไม่ได้เปิดให้ตามใจอยาก จนทัวร์โซเชียลพุ่งตัวไปลงจอดรถแห่ด่าพฤติกรรมดังกล่าวกันอย่างมืดฟ้ามัวดินตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ความเคลื่อนไหวจากคนบันเทิงระดับตัวพ่อผู้คร่ำหวอดในวงการสายตื๊ดมาอย่างยาวนานอย่าง “โจอี้ บอย” หรือ “อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต” เจ้าพ่อแร็ปเปอร์ชื่อดังของเมืองไทย ผู้ซึ่งใช้ชีวิตทำงานคลุกคลีอยู่กับดีเจมานานเกินครึ่งชีวิต ก็ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมดังกล่าว เจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาว โดยระบุว่า

“ในฐานะที่ตัวผมเองมีดีเจเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่กาย ในการประกอบอาชีพมาเกินครึ่งชีวิต อยากอธิบายให้ท่านได้เห็นภาพดังนี้

1. ดีเจทุกคนคิด ซ้อม เรียงเพลง ในโชว์แต่ละครั้งมาเป็นอย่างดี เพื่อความต่อเนื่องของจังหวะอารมณ์ให้คนได้สนุกกับโชว์ของเขา

2. การขอเพลง สำหรับดีเจบางคนอาจจะไม่ซีเรียสและเปิดให้ได้ อาจจะไม่ทันที หรืออาจจะต้องรอจังหวะนิดนึง แต่สำหรับบางคนที่เตรียมเซ็ทมาโชว์อย่างดี ก็อาจจะไม่สะดวก

3. ดีเจอาจจะไม่มีเพลงที่คุณต้องการในเครื่องด้วยซ้ำ

4. ที่เห็นว่าอาจจะขอแล้วเขาไม่ได้สนใจ เพราะจริงๆ เขากำลังตั้งใจมิกซ์ต่อเพลงอยู่ ซึ่งมันใช้ประสาทการแยกรับรู้ระหว่างเพลงดังในร้านกับเสียงเพลงต่อไปในหูฟังที่เขาต้องเปิดต่อ

4. ตัวผมมีบ้างที่ไปเที่ยวและอยากขอเพลง จึงจำเป็นต้องสังเกตว่าเขาเปิดแนวไหนอยู่ จังหวะเพลงช้าเร็วขนาดไหนอยู่ และดูท่าทางเขาด้วยว่าสะดวกไหม

5. ยิ่งถ้าเป็นวันเกิดผม วันดีๆ วันที่เรามีความสุขกับคนที่เรารักและรักเรา ในอารมณ์ความสุขแบบนั้น ยิ่งต้องโคตรปฏิบัติกับทุกคนดีๆ ให้คนอวยพรเรา 

6. ขอเขาทีเดียวถ้าเขาไม่เปิดให้ ก็ให้เพื่อนที่โต๊ะร้องให้ฟังก็ได้ ไม่มีใครคนอื่นในร้านสนใจว่าเป็นวันเกิดใคร

7. อย่าไปทำร้ายเขาเลย เขามาทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Apisit Joeyboy Opasaimlikit