เมื่อวันที่  21 พฤษภาคม ที่โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรม “OTOD #3 Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day” ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital : OTOD #3) เดินหน้าขยายผลสู่จังหวัดที่ 4 เพื่อผลักดันชุมชนและเกษตรกรเข้าสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รอง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า  และ นายวิศิษฏ์ ไหมเพ็ชร ผู้จัดการสาขาภาคกลางตอนกลาง ดีป้า  หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกร  ร่วมในพิธีเปิด และกลุ่มชุมชนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา -สุพรรณบุรี เข้าร่วม ในกิจกรรม

การเลือกจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของจังหวัดในฐานะ “อู่ข้าวอู่น้ำ” สำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีศักยภาพด้านการเกษตรควบคู่กับการเป็นเมืองมรดกโลก โดยดีป้ามุ่งนำเทคโนโลยี เช่น โดรนการเกษตร เครื่องจักรอัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ เข้ามาช่วยยกระดับภาคการเกษตรจากรูปแบบดั้งเดิมสู่เกษตรยุคใหม่   กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 พร้อมด้วยผู้บริหารดีป้า หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก

ด้าน นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนาเกษตรกรรมไม่ได้มองเพียงผลผลิตต่อไร่ แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุน คุณภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขัน เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตได้แม่นยำ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความเสี่ยง และเชื่อมต่อกับตลาดได้ดีขึ้น

นายบุญทวี ดวงนิราช รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ดีป้า กล่าวว่า โครงการ OTOD #3 ไม่ใช่เพียงการอบรมหรือสนับสนุนงบประมาณ แต่เป็นกลไกเชื่อมโยงความต้องการของชุมชนเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดข้อจำกัดด้านต้นทุนแรงงาน การบริหารจัดการพื้นที่ และความเสี่ยงจากสภาพอากาศ

พร้อมระบุว่า พระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเกษตรดิจิทัล เพราะมีฐานการเกษตรที่แข็งแรง หากนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูงได้ในอนาคต

โดย ภายในงานมีการจัดกิจกรรมอบรมเข้มข้นในหัวข้อเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล การสร้างรายได้ผ่านคอนเทนต์ออนไลน์ การเตรียมความพร้อมเข้าถึงแหล่งทุน และแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนสีเขียว รวมถึงกิจกรรม AgriTech Showcase แสดงนวัตกรรมด้านการเกษตร และ Business Matching เชื่อมโยงชุมชนกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่ได้รับมาตรฐาน dSURE

นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรและเกษตรกรต้นแบบร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ อาทิ ผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้นำชุมชนพลังงานสะอาดเกาะจิก, คุณต่อลาภ สมัครัตน์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านคลิปสั้น, คุณสนธยา ตรีสุทธิผล เจ้าของ “ไร่สนธยา พาเพลิน” และคุณประเสริฐ พุ่มพวง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน “ข้าวตาจุก”

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือเวที “Digital Agriculture Pitching Day” เปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการนำเสนอแนวคิดเพื่อขอรับการสนับสนุนจากดีป้า โดยปัจจุบันมีชุมชนและเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 500 ราย และมีผู้ผ่านการคัดเลือกในประเภท d-community จำนวน 139 ราย และประเภท d-startup จำนวน 15 ราย

สำหรับโครงการ OTOD #3 ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยหลังจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โครงการจะเดินหน้าจัดกิจกรรมต่อในจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี และขอนแก่น เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลสู่เกษตรกรทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ดีป้าเปิดรับสมัครกลุ่มชุมชน เกษตรกร และช่างชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ OTOD #3 ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผ่าน LINE OA และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page “depa Thailand”