วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดโครงการคนข่าวขายของ “ตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 8” ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค กรุงเทพฯ โดยมีนางสาวพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ คณะกรรมการสมาคมฯ สมาชิกสื่อมวลชน และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นางศุภจี  กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงผู้คนได้ตลอดเวลา และทุกคนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ในสภาวะโลกที่มีความผันผวนและมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้มากมายเช่นนี้ บทบาทของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสายเศรษฐกิจ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้แก่ประชาชนและช่วยให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น,

ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ แม้บางช่วงอาจจะไม่ได้ปรากฏในหน้าข่าวบ่อยนัก แต่เป็นการทุ่มเททำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อดูแลภาวะการค้าโลกและรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทย ซึ่งผลสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจคือ ตัวเลขการส่งออกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเติบโตขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่กลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกหลังจากซบเซามานาน,

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ราคาข้าวไทย ซึ่งในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ราคาข้าวไทยเคยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างอินเดียและเวียดนาม โดยอยู่ที่ประมาณ 334 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาข้าวไทยพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ 480 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดแล้วในขณะนี้ นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ ทุเรียน ที่ในช่วงต้นฤดูเป็นห่วงว่าทุเรียนในภาคตะวันออกจะมาชนกับทุเรียนในทุเรียนภาคใต้ แต่จากการบริหารจัดการในช่วงต้นฤดู เริ่มทำตลาดเชิงรุกตั้งแต่ต้นปีเพื่อรองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 30%, จนมาถึงเดือนมิถุนายนทำให้วางใจได้ว่าทุเรียนไม่ล้นตลาด แม้สภาพอากาศจะทำให้มีผลผลิตขนาดเล็ก (ไซส์เล็ก) ออกมาจำนวนมาก แต่จากการวางแผนที่ดีทำให้ทุเรียนไซส์เล็กกลับเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศจนไม่พอขาย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นต้องการทุเรียนไซส์เล็ก  ส่งผลให้ยอดการส่งออกเติบโตถึง 195% ช่วยสร้างรายได้ส่งตรงถึงมือเกษตรกร

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเน้นการดูแลค่าครองชีพและยกระดับผู้ประกอบการ SME ผ่าน โครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่นำ SME กว่า 2,000 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มการค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้ในกระเป๋าให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนของงานนิติบัญญัติ ได้เร่งนำความตกลงระหว่างประเทศ จำนวน 5 ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และเปิดทางให้การส่งออกของไทยเติบโตได้อย่างเต็มที่และไม่หยุดชะงัก

 “ในโลกที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง หน้าที่ของสื่อมวลชนยิ่งมีความสำคัญในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและสร้างความตระหนักรู้แก่สังคม การได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สื่อข่าวจากหลากหลายสำนัก จะช่วยให้เกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมได้ดียิ่งขึ้น” นางศุภจีกล่าว

ด้านนางสาวพิมพ์รภัส ศิริไพรวัน นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวว่า “ตลาดนัดนักข่าว” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกมาโดยตลอด โดยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับสมาชิก รวมถึงเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้เสริมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อ

ภายหลังพิธีเปิด นางศุภจีได้เยี่ยมชมบูธจำหน่ายสินค้าของสมาชิกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจกว่า 20 บูธ ซึ่งมีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าแฮนด์เมด ของใช้ในครัวเรือน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบูธส่งเสริมการจำหน่ายผลไม้ไทยจากกรมการค้าภายใน อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด และสละ

สำหรับโครงการคนข่าวขายของ “ตลาดนัดนักข่าว ครั้งที่ 8” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าของสมาชิก สร้างรายได้เสริม เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในแวดวงสื่อมวลชน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ