ที่ จ.อุทัยธานี นายสงกรานต์ พันธุเมฆ ผู้ประกอบการร้านค้าเคมีภัณฑ์ ร้านไทยนิมิตเกษตรภัณฑ์ ตลาด อ.หนองฉาง ได้เผยว่า หลังจากเข้าสู่ฤดูกาลทำนา ทำให้ความต้องการปุ๋ยเคมีของเกษตรกรมีมากขึ้น โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ซึ่งชาวนานิมยมนำไปใส่ช่วงข้าวเล็ก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและแข็งแรง

จึงทำให้ในแต่ละวันจะมีชาวนา มาสอบถามราคากันอย่างต่อเนื่องและมีชาวนาบางราย ที่มีทุนก็ยอมควักเงินซื้อปุ๋ยยูเรีย ไปตุนเก็บไว้ที่บ้าน เนื่องจากหวั่นเกรง ปุ๋ยเคมีจะขาดแคลนและหายาก รวมทั้งราคาจะแพงขึ้น จึงยอมจ่ายเงินสดซื้อปุ๋ยไปทั้งรายละ 30 กระสอบและ 50 กระสอบด้วยกัน โดยราคาปุ๋ยยูยูรียในปีนี้ ราคาจะต่างกับปีที่แล้ว กระสอบละ 500-600 บาท

ด้านนายวีระศักดิ์ จีระดิษฐ์ อายุ 49 ปี ชาวนหมู่ที่ 6 บ้านหนองชุมแสง ต.ทัพทัน อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า ในฤดูกาลทำนาปีนี้ มีเป้าหมายทำหว่าน 80 ไร่ เพียงรอให้ฝนตกลงมาให้มากอีก จึงจะลงมือเตรียมดินและหว่านข้าว แต่ในเบื้องต้นได้นำปุ๋ยขี้ควายที่ขอจากเพื่อนบ้าน บรรทุกรถแล้วลากจูงด้วยรถไถนาจากคอกควาย นำขี้ควายมาเทในแปลงนาข้าว กระจายให้ทั่วทั้งแปลง ไปแล้ว 20 กว่าตันด้วยกัน จากนั้นได้ทำการเกลี่ยด้วยจอบและไถเพื่อหมักให้คลุกเคล้ากับดิน เพื่อช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้ดีขึ้น แต่ปุ๋ยเคมีก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้ แต่จะลดอัตราการใช้ลง 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามฤดูกาลทำนาปีที่ผ่านมาปีที่แล้ว ผลผลิตไม่ได้ลด แม้จะใช้ปุ๋ยขี้ควายร่วมด้วย ในทางตรงกันข้ามกับได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ขณะนายณัฐวัฒน์ หนูกลัด รองประธานสภาเกษตรกร จ.อุทัยธานี ได้กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่นปุ๋ยเคมี จากเดิมราคาลูกละ 6-700 บาท ขณะนี้ขึ้นมาลูกละ 1,500 บาท รวมทั้งสารเคมีก็ขึ้นราคา จะทำให้ชาวนาอยู่ไม่ได้

ดังนั้นจึงต้องปรับเปลี่ยนให้ชาวนาอุทัยธานี หันมาใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ที่ชาวอุทัยธานี เลี้ยงโค-กระบือ กันเยอะ อยากให้ชาวนาหันมาใช้มูลสัตว์ เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ครึ่งต่อครึ่ง โดยไม่ต้องไปซื้อ เพียงไปขอขี้วัวจากเพื่อนบ้านเท่านั้น เราเพียงแต่ลงแรงไปขนเท่านั้นด้วย ก็เป็นแนวทางปรับตัวเองของชาวนาในการลดต้นทุน