สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่ากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ออกกฎระเบียบฉบับใหม่ กำหนดระยะเวลาการพำนักของผู้ถือวีซ่านักเรียน (F) วีซ่าแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม (J) และวีซ่าสื่อมวลชน (I) แบบกำหนดระยะเวลาตายตัว แทนระบบเดิมซึ่งอนุญาตให้พำนักได้ตลอดระยะเวลาของหลักสูตรหรือการทำงานในสหรัฐ


ภายใต้กฎใหม่ วีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนจะมีอายุไม่เกิน 4 ปี ส่วนวีซ่าสื่อมวลชนจะมีอายุไม่เกิน 240 วัน และสำหรับผู้ถือสัญชาติจีน จะมีอายุเพียง 90 วัน กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 60 วัน หลังประกาศลงในรัฐกิจจานุเบกษาของรัฐบาลกลาง และผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส


มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเข้มงวดด้านการย้ายถิ่นฐาน ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน ม.ค. 2568 โดยรัฐบาลเพิ่มการตรวจสอบผู้อพยพที่เดินทางเข้าสหรัฐอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงเพิกถอนวีซ่านักศึกษาและกรีนการ์ดของนักศึกษามหาวิทยาลัยบางส่วนจากเหตุผลด้านอุดมการณ์ และเพิกถอนสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพหลายแสนคน


นอกจากนี้ ระเบียบใหม่ยังกำหนดให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาห้ามเปลี่ยนเป้าหมายทางการศึกษาหรือย้ายสถาบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และลดระยะเวลาที่ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถพำนักในสหรัฐหลังเรียนจบ จาก 60 วัน เหลือ 30 วัน แม้ผู้ถือวีซ่ายังคงสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาพำนักได้


ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนวิจารณ์มาตรการดังกล่าวว่า เป็นการเลือกปฏิบัติ และเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันยกเลิกนโยบายใหม่ที่ใช้กับผู้สื่อข่าวจีนทันที พร้อมระบุว่า มาตรการดังกล่าวละเมิดฉันทามติด้านสื่อมวลชนที่จีนและสหรัฐบรรลุร่วมกันเมื่อปี 2564 และจีนขอสงวนสิทธิในการใช้มาตรการตอบโต้ตามความเหมาะสม


ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐให้เหตุผลว่า จำนวนผู้ถือวีซ่าประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2567 สหรัฐอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 1.8 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นมากกว่า 11% จากปีก่อนหน้า อีกทั้งยังออกวีซ่าให้ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนมากกว่า 500,000 คน และผู้สื่อข่าวต่างชาติอีกราว 37,300 คน ซึ่งทำให้การกำกับดูแลและติดตามผู้ถือวีซ่าเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น


นอกจากนี้ ยังพบตัวอย่างผู้ถือวีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนบางรายพำนักอยู่ในสหรัฐนานหลายสิบปี โดยผู้ที่ต้องการอยู่ต่อหลังวีซ่าหมดอายุ จะต้องยื่นขอขยายระยะเวลาพำนัก หรือเดินทางออกนอกประเทศก่อนกลับเข้ามาใหม่ตามขั้นตอนที่กำหนด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS