นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างการบริหารราชการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยกำหนดให้จัดตั้ง “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” และแยกภารกิจด้านกีฬาออกเป็น “กระทรวงการกีฬา” ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 นั้น การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการโอนภารกิจหรือย้ายหน่วยงานจากกระทรวงหนึ่งไปสู่อีกกระทรวงหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบระบบบริหารจัดการใหม่ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม และยกระดับประเทศไทยสู่ เศรษฐกิจแห่งประสบการณ์ (Experience Economy)
ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจด้านการท่องเที่ยวที่จะโอนมายัง วธ. แบ่งเป็น 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนการท่องเที่ยว งานเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ งานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว งานสารสนเทศ สถิติ การประเมินผล งานมาตรฐานและความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 2.ภารกิจของกรมการท่องเที่ยว และกองทุนคุ้มครองธุรกิจนำเที่ยว 3.ภารกิจด้านการท่องเที่ยวของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดทั่วประเทศ 4.หน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) 5.การบูรณาการความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว
นายประสพ กล่าวอีกว่า วธ. ได้เตรียมปรับโครงสร้างและบทบาทของหน่วยงานในสังกัดเพื่อรองรับภารกิจใหม่ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่จะเสนอต่อรัฐบาลด้วย อาทิ การปรับโครงสร้างสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด การปรับบทบาทกรมการศาสนาให้รองรับภารกิจด้านศาสนพิธีและพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน การพัฒนากรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้รองรับภารกิจด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ รวมถึงการยกระดับสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เป็น “กรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย” เพื่อขับเคลื่อนศิลปะร่วมสมัย วัฒนธรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การทูตทางวัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยภายใต้โครงสร้างใหม่ วธ. และการท่องเที่ยวจะมีกลุ่มภารกิจหลัก 2 ด้าน ได้แก่ กลุ่มภารกิจด้านมรดก อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรม และกลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อให้การอนุรักษ์และการพัฒนาเศรษฐกิจดำเนินควบคู่กัน โดยใช้วัฒนธรรมเป็นรากฐาน และใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศและชุมชน
นายประสพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้เพื่อให้การปรับปรุงโครงสร้างและภารกิจในครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วธ. ได้กำหนดแผนดำเนินงานไว้ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อมและรับโอนภารกิจภายใน 6 เดือนแรก ระยะที่ 2 การศึกษาวิเคราะห์กรณีศึกษาจากต่างประเทศในระดับลึก การพัฒนาระบบบริหาร กฎหมาย โครงสร้าง และบุคลากร ภายใน 2 ปี และระยะที่ 3 การปฏิรูป วธ. และการท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์ภายใน 4 ปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้านเศรษฐกิจ สังคม การทูตทางวัฒนธรรม และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ วธ. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และหน่วยงานกลาง ได้แก่ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ โดยจะมีการประชุมติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดข้อกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ และทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน



