สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ว่า การร้องเรียนซึ่งยื่นโดยองค์การผู้บริโภคแห่งยุโรป (บีอียูซี) และสมาชิก 29 คนจาก 27 ประเทศในอียู ถูกส่งไปยังคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และหน่วยงานกำกับดูแลระดับชาติ ภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (ดีเอสเอ) ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ต้องดำเนินการมากขึ้น เพื่อจัดการกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย และเป็นอันตราย
นายอากุสติน เรย์นา ผู้อำนวยการทั่วไปของบีอียูซี ระบุในแถลงการณ์ว่า เมตา, ติ๊กต็อก และกูเกิล ไม่เพียงแต่ล้มเหลวในการลบโฆษณาที่ฉ้อโกงในเชิงรุกเท่านั้น แต่ยังดำเนินการเพียงเล็กน้อยเมื่อได้รับการแจ้งเตือน เกี่ยวกับการหลอกลวงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี กูเกิลและเมตาได้ปฏิเสธข้อร้องเรียน และกล่าวว่า พวกเขาทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องผู้ใช้งาน
Google, Meta, TikTok face EU consumer complaints about handling of financial scams https://t.co/LJyejwUaPe
— The Straits Times (@straits_times) May 21, 2026
กูเกิลระบุว่า ข้อร้องเรียนนี้บิดเบือนวิธีการที่บริษัทต่อสู้กับกลโกง และมีข้อบกพร่องโดยเนื้อแท้ พร้อมเสริมว่า กูเกิลใช้มาตรการอย่างครอบคลุมเพื่อป้องกันการหลอกลวง โดยบล็อกโฆษณาที่ละเมิดนโยบายมากกว่า 99% ก่อนที่จะมีผู้พบเห็น
ด้านเมตากล่าวว่า บริษัทพบและลบโฆษณาหลอกลวงกว่า 159 ล้านรายการ เมื่อปีที่แล้ว โดย 92% ถูกลบก่อนที่ผู้ใช้จะรายงาน ขณะที่บริษัทลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เครื่องมือ และความร่วมมือเพื่อหยุดยั้งการหลอกลวงเหล่านี้ เช่นเดียวกับติ๊กต็อกที่ระบุว่า แพลตฟอร์มดำเนินการกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย และเสริมว่า ผู้กระทำผิดปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขารายงานโฆษณาต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายดีเอสเอ เกือบ 900 รายการ ระหว่างเดือน ธ.ค. 2568-มี.ค. 2569 แต่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ลบโฆษณาเพียง 27% และ 52% ของรายงานถูกปฏิเสธ หรือเพิกเฉย.
เครดิตภาพ : REUTERS



