เมื่อวันที่ 22 พ.ค.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังชุดหนุมานและคอมมานโด นำโดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ.จับกุม นายบุ๊ค อายุ 23 ปี ชาวอุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ จ.649/2568 ลงวันที่ 10 พ.ย.68 ในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถนนเทอดดำริ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น.ที่ผ่านมา

คดีนี้สืบเนื่องมาจากมิจฉาชีพกลุ่มนี้ใแอปฯ “TikTok” ในการยิงโฆษณาชักชวนลงทุนอย่างเปิดเผยเป็นสาธารณะ ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2567 โดยอ้างว่าจะให้ผลตอบแทนหรือกำไรในอัตราที่สูงลิ่วถึงร้อยละ 124 ภายในระยะเวลาอันสั้น มีการสร้างหน้าม้าและข้อความรีวิวปลอมเพื่อดึงดูดความสนใจ จนกระทั่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งหลงเชื่อกดลิงก์เข้าไปพูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นแอดมิน ซึ่งคอยทำหน้าที่โน้มน้าวใจและส่งลิงก์ระบบลงทุนจำลองมาให้สมัคร ในระยะแรกคนร้ายได้พยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแสดงตัวเลขยอดกำไรและโบนัสทิพย์ในระบบ ทำให้ผู้เสียหายตายใจยอมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่แจ้งมา แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินออกมิจฉาชีพกลับใช้กลอุบายสารพัดเพื่อบ่ายเบี่ยงและหลอกลวงให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อ้างว่าได้รับโบนัสพิเศษแต่ต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกบัญชี ต้องเพิ่มระดับสมาชิก หรือแม้กระทั่งการขู่ว่าหากไม่โอนเงินต่อ เงินทั้งหมดที่อยู่ในระบบจะถูกระงับ จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกังวลและยอมโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เป็นเงินจำนวนสูงถึง 1,970,000 บาท คนร้ายยังอ้างว่าผู้เสียหายกรอกเลขบัญชีธนาคารผิดพลาด ทำให้ระบบล็อก และหากต้องการแก้ไขข้อมูลเพื่อนำเงินทั้งหมดออกมา จะต้องโอนเงินค่าดำเนินการและค่าปลดล็อกระบบเพิ่มอีกเป็นจำนวนถึง 1,862,000 บาท แต่โชคดีที่ผู้เสียหายเริ่มเอะใจว่ากำลังถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายบุ๊ค ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่า เมื่อปี 2567 มีลูกพี่ลูกน้องที่มีบ้านอยู่ใกล้กันมาขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้จำนวน 2 บัญชี โดยตนได้ให้ไปพร้อมกับซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ รวมถึงยอมสแกนใบหน้าในโทรศัพท์ให้ไปอีกด้วย โดยที่ญาติคนดังกล่าวไม่ได้แจ้งว่าจะนำไปใช้ทำอะไรและตนก็ไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของปฏิเสธดังกล่าว เนื่องจากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ของคนร้ายมีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายนี้พร้อมจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.