เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 69 พล.ร.ต.เอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) ได้รับรายงานจาก น.อ.รวมพล อินทร์ชุม รองผู้อำนวยการการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ว่าพบเต่าทะเลขนาดใหญ่เกยตื้น บริเวณริมทะเลชายหาดนารอง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงสั่งการให้ น.อ.ขวัญเมือง คเรศตรี ผู้อํานวยการ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เร่งเข้าให้การช่วยเหลือชีวิตเต่าทะเลในทันที

จากการตรวจสอบพบว่า เต่าทะเลตัวดังกล่าว เป็นเต่าตนุ อายุประมาณ 20 ปี ไม่ทราบเพศ มีขนาดลําตัวกว้าง 75 ซม. ยาว 83 ซม. ยังมีชีวิตอยู่ในสภาพอ่อนแรง หายใจรวยริน ลําตัวด้านล่างจมอยู่ในผืนทราย โผล่ขึ้นมาเพียงศีรษะ และกระดองด้านบน จึงได้ทําการเคลื่อนย้ายมาทําการรักษายัง โรงพยาบาลเต่า ศูนย์อนุรักษ์อันเต่าทะเลกองทัพเรือ

เบื้องต้น ทีมสัตวแพทย์ได้ทําการตรวจรักษาพบว่า เต่ามีอาการค่อนข้างอ่อนแรง เนื่องจากมีการสำลักน้ำ และทรายเข้าไปภายในช่องปากจำนวนมาก ยังพบบาดแผลกระแทกหลายจุดบริเวณกระดองด้านบน นอกจากนี้ ผล x-ray พบมีเบ็ดในช่องปาก ซึ่งการรักษาได้ทำการล้างจมูกและคอ ทำการเจาะเลือดส่งเพาะเชื้อ ตรวจค่าทางเคมี ให้ยาปฏิชีวนะ และสารน้ำบำรุง เมื่อหายดีจะทำการปล่อยสู่ธรรมชาติในลำดับต่อไป

น.อ.ขวัญเมือง คเรศตรี เผยว่า ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ จะทําการช่วยเหลือชีวิตเต่าทะเลอย่างสุดความสามารถ ด้วยทีมสัตวแพทย์ที่มีความชํานาญ เพื่อให้เต่าทะเลได้กลับไปดำรงชีวิตตามธรรมชาติ ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 ชุดเคลื่อนที่เร็วให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากแล้ว 20 ครั้ง ประกอบด้วย เต่าทะเล (มีชีวิต) จำนวน 6 ตัว เป็นเต่าตนุ 3 ตัว เต่ากระ 3 ตัว เต่าทะเล (เสียชีวิต) จำนวน 14 ตัว เป็นซากเต่าตนุ 6 ตัว ซากเต่ากระ 8 ตัว จากจํานวนเต่าทะเลจะเห็นได้ว่า ปัจจุบันพบการเสียชีวิตของเต่าทะเลจํานวนมาก จึงขอให้ประชาชนช่วยกันอนุรักษ์เต่าทะเล ให้คงอยู่คู่กับท้องทะเลไทยตลอดไป.