สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่า ข้อตกลงซึ่งสองฝ่ายบรรลุในวงกว้างตั้งแต่เมื่อปี 2568 แต่การลงนามได้ถูกเลื่อนออกไปนั้น จะขยายข้อตกลงการค้าเม็กซิโก-สหภาพยุโรปปี 2543 ซึ่งครอบคลุมเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม ให้รวมถึงการบริการ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การค้าดิจิทัล การลงทุน และสินค้าเกษตร
ประธานาธิบดีคลอเดีย ไชน์บาว์ม ผู้นำเม็กซิโก นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และนายอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป จะลงนามในข้อตกลงนี้ที่กรุงเม็กซิโกซิตี ในการประชุมสุดยอดครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ
Mexico, EU sign stalled trade deal as they aim to diversify from US https://t.co/hu7WZI4oi2 https://t.co/hu7WZI4oi2
— Reuters (@Reuters) May 22, 2026
คอสตากล่าวในวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า ข้อตกลงนี้เป็นการแสดงออกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่แท้จริง ขณะที่ผู้นำเม็กซิโกกล่าวว่า ข้อตกลงนี้เปิดโอกาสมหาศาลให้กับทั้งสองภูมิภาค โดยช่วยให้การค้าขยายตัวมากขึ้น พร้อมเน้นย้ำถึงอุตสาหกรรมยา การเกษตร การพัฒนาเทคโนโลยี และการขนส่งด้วยไฟฟ้า
กระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโกคาดการณ์ว่า ข้อตกลงใหม่นี้อาจเพิ่มการส่งออกของเม็กซิโกไปยังอียู จากประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 784,799 ล้านบาท) เป็น 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 1.17 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 ขณะที่อียูส่งออกสินค้าไปยังเม็กซิโกประมาณ 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 2.12 ล้านล้านบาท)
การค้าขายระหว่างเม็กซิโกและอียูเพิ่มขึ้น 75% ในรอบทศวรรษ โดยส่วนใหญ่เป็นการค้าอุปกรณ์ขนส่ง เครื่องจักร สารเคมี เชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์เหมืองแร่ ขณะที่ข้อตกลงใหม่นี้ จะยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าเกือบทั้งหมด รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ไก่และหน่อไม้ฝรั่งจากเม็กซิโก และนมผง ชีส และเนื้อหมูจากยุโรป แม้จะมีการกำหนดโควตาไว้บ้างก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



