เมื่อวันที่ 23 พ.ค. กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังชายรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นทนายความ และทำงานด้านคดีฟ้องชู้มานานเกือบ 10 ปี ได้ออกมาโพสต์ระบายความรู้สึกผ่านเว็บไซต์พันทิป หลังต้องเผชิญปัญหาชีวิตคู่ด้วยตัวเอง จนยอมรับว่า “เสียทรง” และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตตนเอง

โดยเจ้าของโพสต์เล่าว่า ตนมีอายุใกล้ 40 ปี เป็นทนายความในพื้นที่ภาคกลาง จบการศึกษาจากต่างประเทศ และรับทำคดีหลายประเภท โดยเฉพาะคดีฟ้องชู้ ซึ่งตลอดชีวิตการทำงานได้พบเห็นเรื่องราวความสัมพันธ์และการนอกใจของผู้คนมานับไม่ถ้วน

ทั้งนี้ เจ้าตัวยอมรับว่า ชีวิตรักครั้งแรกเคยล้มเหลวจากการถูกภรรยาคนแรกนอกใจ จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เรียนกฎหมาย เพราะต้องการใช้ความรู้ปกป้องตัวเอง และมีความรู้สึกเกลียดการทรยศอย่างมาก

ต่อมาได้พบกับภรรยาคนปัจจุบัน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 11 ปี มีลูกด้วยกัน 4 คน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ดี ช่วยดูแลครอบครัวและช่วยงานทุกอย่าง จนไม่เคยระแวงหรือคิดจะตรวจสอบพฤติกรรมใด ๆ

กระทั่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวเริ่มลงทุนเปิดธุรกิจร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า แต่ต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สิน และความเครียดสะสม จนในที่สุดเขาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา ที่แอบพูดคุยกับลูกค้าชายคนหนึ่งซึ่งเคยมาใช้บริการที่ร้านเป็นประจำ

เจ้าของโพสต์ระบุว่า วันหนึ่งตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ของภรรยาขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนพบข้อความที่ทำให้ “มือสั่น” เพราะอีกฝ่ายมีการนัดหมายไปมีสัมพันธ์กับชายคนดังกล่าว พร้อมพูดคุยเรื่องเงินจำนวนหลักหมื่นบาท

“ผมเป็นทนาย ผมรู้หมดว่าคดีแบบนี้ต้องทำยังไง รู้เรื่องหลักฐาน รู้เรื่องอายุความ แต่พอเจอกับตัวเอง ผมทำอะไรไม่ถูกเลย” เจ้าของโพสต์ระบุ

เขาเล่าว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนตัดสินใจปิดกิจการร้านอาหาร และย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ภาคใต้ โดยไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงกับคนรอบข้าง ขณะที่ภรรยายอมรับผิด และอธิบายว่าทำไปเพราะต้องการหาเงินมาช่วยครอบครัว พร้อมขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะผ่านมากว่า 4 เดือนแล้ว แต่เจ้าของโพสต์ยอมรับว่ายังไม่สามารถก้าวผ่านความรู้สึกเจ็บปวดได้ และบรรยากาศภายในครอบครัวเต็มไปด้วยความอึดอัด ถึงขั้นทะเลาะกันแทบทุกวัน

“บางวันก็คิดว่าอยู่เพื่อลูก บางวันก็คิดว่าเสียเวลา 11 ปี” เจ้าของโพสต์ระบุ พร้อมยอมรับว่า แม้จะทำอาชีพที่ช่วยเหลือคนอื่นด้านกฎหมายมาโดยตลอด แต่เมื่อเรื่องเกิดขึ้นกับตัวเองกลับไม่รู้จะเดินหน้าต่ออย่างไร

ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ พร้อมแนะนำให้เจ้าของโพสต์ค่อย ๆ ใช้เวลาเยียวยาความรู้สึก และตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองและลูกในอนาคต

ที่มา https://pantip.com/topic/44099586