เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 69 พ.ต.ท.ราชศักดิ์ ทองวิไล สว.สส.สภ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งจากนายสมพงษ์ ชัยเสนา ผู้ใหญ่บ้านหนองเทพ หมู่ 9 ต.ศรีณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ว่า ได้มีพระรักษาการเจ้าอาวาสแห่งหนึ่งภายในเขตพื้นที่ อ.ศรีณรงค์ ได้ทำการล่อลวงเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ขวบ เข้าไปในกุฏิและทำการข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้งจึงขอให้เจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบด้วย

หลังจากที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ขุมทอง ปลัดป้องกันอำเภอศรีณรงค์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพระเสถียร อายุ 45 ปี รักษาการเจ้าอาวาส กำลังนั่งอยู่ภายในกุฏิ จึงได้นำตัวไปสอบสวนที่ สภ.ศรีณรงค์ ก่อนที่จะนำตัวไปลาสิกขา

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนเองได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านมานานหลายครั้ง และไม่ปักใจเชื่อว่ารักษาการเจ้าอาวาสจะลงมือทำกับเด็กขนาดนี้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีเด็กชายบีกับเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ได้พากันเข้าไปภายในกุฏิวัดเพื่อที่จะเข้าไปทำความสะอาดเก็บกวาดใบไม้ ที่อยู่ภายในบริเวณวัด ได้มีพระเสถียรชวนเข้าไปที่กุฏิโดยพระเสถียรให้เด็กชายบีที่เป็นเพื่อนกับ ด.ญ.เอ ออกไปซื้อขนม

ในระหว่างที่ออกไปซื้อขนม พอกลับมาจึงมองเห็นรองเท้าเด็กหญิงเออยู่ในห้อง จึงได้แอบส่องดู พบพระเสถียรได้ทำการลวนลาม และลงมือข่มขืนกระทำชำเราอยู่ในห้องกับเด็กหญิงเอสองต่อสอง จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งผู้นำชุมชนและผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบ และได้นำตัวเด็กหญิงเอและเด็กชายบี พามาแจ้งความ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะนำตัวพระเสถียรนำมาทำพิธีลาสิกขาและส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

สำหรับเด็กหญิงเออาศัยอยู่กับยายซึ่งมีอาการทางประสาท พ่อแม่แยกทาง ในแต่ละวันเด็กหญิงเอจะเข้ามาทำความสะอาดที่วัดอยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้แลกกับข้าวก้นบาตร และในระหว่างที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว เด็กหญิงเอจะถูกพระเสถียนพาไปที่กุฏิทุกครั้ง และข่มขืนแทบทุกวันพร้อมกับจ่ายเงินให้ครั้งละ 200-300 บาท เพื่อแลกกับไม่ให้ไปบอกใครภายในหมู่บ้านได้รับทราบ

จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นเมื่อพระเสถียรหลอกให้เด็กชายบี ที่มาเป็นเพื่อนออกไปซื้อขนม แต่กลับไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเด็กชายบีซึ่งเป็นเพื่อนจะกลับมาส่องเห็นพระเสถียร กำลังลงมือข่มขืนเด็กหญิงเอ ภายในกุฏิ จึงได้พากันมาแจ้งผู้ใหญ่บ้านและนำตัวพระเสถียรนำมาสอบปากคำและนำไปทำพิธีลาสิกขาก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด