เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และฝ่ายปกครอง เข้าสกัดขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด หลังได้รับข้อมูลจากสายลับว่าจะมีการขนยาเสพติดผ่านพื้นที่ อ.เชียงแสน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผกก.สภ.เชียงแสน โดยสั่งการให้กำลังตำรวจวางจุดสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าขบวนการจะใช้ลำเลียงยาเสพติด

ต่อมาเวลาประมาณ 06.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยเดินทางมาจากพื้นที่ อ.แม่สาย ใช้เส้นทางภายในหมู่บ้านบ้านด้าย-บ้านป่าถ่อน เพื่อหลบด่านตรวจแม่มะ โดยมีรถเก๋งสีขาวต้องสงสัยขับนำหน้า ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปได้

ส่วนรถที่คาดว่าใช้ขนยาเสพติดขับมุ่งหน้าไปทางบ้านด้าย เจ้าหน้าที่ชุดป้อมตำรวจบ้านด้ายและ ตชด.327 พบเห็นว่ารถมีลักษณะบรรทุกของหนัก จึงพยายามติดตามและขอตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี

เจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถได้บริเวณหน้าวัดบ้านด้ายธรรมประสิทธิ์ หมู่ 3 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน แต่คนขับกลับเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่โดยรอบ ทิ้งรถไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

จากการตรวจค้นพบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ เอ็กซ์เพนเดอร์ ครอส สีดำ ทะเบียนเชียงราย ภายในบรรทุกไอซ์ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 บรรจุในกระสอบจำนวน 25 กระสอบ น้ำหนักรวมเบื้องต้นประมาณ 500 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวน่าจะเป็นรถเช่าจากพื้นที่ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

หลังพบคนขับทิ้งรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังปูพรมค้นหา พร้อมนำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน เข้าสนับสนุนภารกิจติดตามตัวผู้ต้องสงสัย โดยใช้เวลาค้นหานานประมาณ 3 ชั่วโมง

กระทั่งเวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายภาณุพงษ์ อายุ 24 ปี ชาว ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้บริเวณคูน้ำภายในสวนเอกชนในพื้นที่บ้านด้าย ห่างจากจุดทิ้งรถประมาณ 800 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระหว่างติดตามตัว ผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนีหลังได้ยินเสียงโดรน แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งและเข้าควบคุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้นตำรวจควบคุมตัวนายภาณุพงษ์ พร้อมของกลางไอซ์ประมาณ 500 กิโลกรัม และรถยนต์ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามรถนำทาง ผู้ร่วมขบวนการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป.