ความคืบหน้ากรณีคลิปเสียงหญิงสาวรายหนึ่งบุกเข้าไปด่าทอเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ อย่างรุนแรงภายในกุฏิ โดยเนื้อหามีลักษณะตัดพ้อและกล่าวถึงความหึงหวง ทำนองกล่าวหาว่าเจ้าอาวาสคบซ้อน นอกจากนี้ยังมีกระแสกล่าวถึงพฤติกรรมทำลายข้าวของภายในกุฏิ สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและเกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา นางพิชชาวริน สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าคณะอำเภอบ้านกรวด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน ได้นิมนต์พระครูเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว มาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเจ้าอาวาสยอมรับว่า หญิงสาวคนดังกล่าวเมาสุราเข้ามาด่าทอจริง และเคยพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊กในลักษณะเชิงชู้สาว แต่ยืนยันว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กันตามที่ชาวบ้านสงสัย ส่วนกระแสข่าวว่าคบหาผู้หญิงถึง 3 คน เจ้าตัวยืนยันว่ามีเพียง 1 คน พร้อมแจ้งความประสงค์เตรียมลาสิกขาในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า เจ้าอาวาสได้ลาสิกขากับเจ้าคณะอำเภอบ้านกรวดแล้ว ณ วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ก่อนกำหนดเดิมที่วางไว้

ไม่รอออกพรรษา! เจ้าอาวาสวัดดังบุรีรัมย์ ลาสิกขาแล้ว ปมคลิปสาวบุกโวยแฉคบซ้อน

คลิปฉาวสะเทือนวัดบุรีรัมย์! เจ้าอาวาสร่ำไห้ รับจีบสาว-ไร้โลก 3 ใบ ประกาศสึกวันออกพรรษา

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 20 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดแห่งหนึ่งใน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด มีการปิดประตูวัด ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณวัด โดยมีเจ้าคณะตำบล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด และผู้นำชุมชนมาร่วมสังเกตการณ์

ขณะที่อดีตเจ้าอาวาส เดินทางกลับมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวภายในกุฏิ ซึ่งมีสภาพรกรุงรัง และพบสิ่งของส่วนใหญ่เป็นเครื่องรางของขลังวางเกลื่อนเต็มกุฏิ

อดีตเจ้าอาวาส เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจลาสิกขาก่อนวันออกพรรษาว่า รู้สึกอึดอัดกับกระแสที่มีอินฟลูเอนเซอร์นำภาพไปตัดต่อเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนทำให้เกิดความเสียหาย โดยยังยืนยันว่า การพูดคุยกับสีกาผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้ถึงขั้นเป็นปาราชิก แต่ที่ตัดสินใจสึก เพราะไม่ต้องการให้วงการสงฆ์เสื่อมเสีย พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครมากดดันให้ลาสิกขาเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

ด้านนางอุไร เติมสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เปิดเผยว่า การอนุญาตให้อดีตเจ้าอาวาสกลับเข้ามาภายในวัดในครั้งนี้ เพื่อให้ตรวจสอบและจัดการทรัพย์สินภายในกุฏิให้ชัดเจนว่า สิ่งใดเป็นของส่วนตัวและสิ่งใดเป็นทรัพย์สินของวัด โดยขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกสบายใจที่อดีตเจ้าอาวาส ลาสิกขาก่อนกำหนด พร้อมยืนยันว่าไม่มีใครไปกดดันให้สึกก่อนวันออกพรรษา

ทั้งนี้ เจ้าคณะตำบลบ้านกรวด จะเข้ามารักษาการแทนอดีตเจ้าอาวาส ไปก่อน ระหว่างรอการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.