สะเทือนวงการบิวตี้ LBC Clinic ตัวจริงเรื่องงานผิวและดีไซน์รูปหน้าเฉพาะบุคคลที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 11 ปี เดินหน้าขยายความปัง จัดงาน LBC Grand Opening เปิดสาขาใหม่ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต อย่างยิ่งใหญ่ งานนี้สร้างปรากฏการณ์สุดจึ้งด้วยการเปิดตัว 2 พรีเซ็นเตอร์ตัวแม่แถวหน้าของเมืองไทย “มัมพลอย เฌอมาลย์” ปะทะ “ใหม่ ดาวิกา” ร่วมเฟรมพร้อมกัน 

แต่ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาวงการบันเทิงและสื่อมวลชนทุกสำนักต่างจับตามองกันตาไม่กะพริบ ก็คือการออกมาเปิดใจครั้งแรกของมัม “พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ถึงประเด็นร้อนฉ่า หลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องอดีตผู้จัดการในคดีฉ้อโกง จนอีกฝ่ายออกมาโพสต์ขอบคุณความยุติธรรม ก่อนที่สาวพลอยจะฟิวส์ขาดเดือดจัด โพสต์ข้อความฟาดกลับทันควัน พร้อมลั่นคำท้าเชิญไปนั่งเคลียร์กันกลางรายการ “โหนกระแส”

โดยล่าสุดในงานเปิดตัว LBC Clinic สาขาใหม่นี้ สาวพลอยได้ออกมาเปิดปากเคลียร์ชัดทุกข้อสงสัยกับสื่อมวลชนถึงโพสต์เจ้าปัญหาว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ซึ่งตนไม่เคยโพสต์ ไม่เคยพูดถึง เพราะอยากเก็บเป็นเรื่องภายในหรือให้เป็นเรื่องของศาล แต่พอขึ้นศาลกันเรียบร้อยแล้ว ทางอดีตผู้จัดการโพสต์ออกมาแบบนั้น ตนจึงรู้สึกว่ามีสิทธิที่จะออกมาชี้แจงในความคิด ความรู้สึก และสิ่งที่เป็นไป พร้อมย้ำว่าเขาชนะในชั้นศาล ตนยอมรับและให้เกียรติคำตัดสินของศาลทุกอย่าง แต่มันไม่ได้หมายความว่าการที่ศาลยกฟ้อง สิ่งที่ทำกับตน ลีเดีย (ลีเดีย ศรัณย์รัชต์) และเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง โปร่งใส หรือสุจริต ซึ่งต้องแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงด้วย โดยตนจะยังคงสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ตามสิทธิทางกฎหมาย

เมื่อถามถึงจำนวนคดี พลอยเผยว่า จริงๆ ตนขอเอาแค่กรรมเดียวพอ เพราะถ้าให้ไปขุดคงมีเยอะมากแต่ขี้เกียจและเหนื่อย จึงอยากร่วมฟ้องกับน้องๆ อย่างลีเดียประมาณ 30 กว่ากรรม รวมกับ แอริน (แอริน ยุกตะทัต) ประมาณ 70 กรรม แต่ตอนนี้ศาลยกฟ้องของตนแค่กรรมเดียว จึงคิดว่าคู่กรณีอย่าเพิ่งดีใจไปเพราะเรื่องยังไม่จบ ตนฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง และยังเหลืออีกเยอะ ตนแค่อยากเอาเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะสิ่งที่พบเจอมีอยู่จริงและเป็นเรื่องจริง แม้ศาลตัดสินมาแบบนี้แต่ตนยังมีสิทธิสู้ต่อ ยอมรับว่าแอบเสียใจและผิดหวังเล็กน้อยที่ศาลมองว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่นพอ แต่ใครจะไปคิดว่าจะโดนทำแบบนี้ เราไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้เก็บหลักฐาน หรือจับผิด คนที่เตรียมตัวมาแล้วกับคนไม่ได้เตรียมตัวมันคนละอย่างกัน

ส่วนแนวทางการยื่นอุทธรณ์นั้น คงต้องหาหลักฐานเพิ่มให้ชัดเจนมากขึ้น ในฝั่งของตน เอกสารออกมาค่อนข้างชัดเจนว่ามีสิ่งที่ไม่โปร่งใสและตนไม่ได้รับรู้ ซึ่งอะไรที่ไม่รับรู้มันก็แปลว่าอย่างนั้น แต่ในเมื่อศาลบอกแบบนี้ก็ต้องเคารพศาลและจะยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ

เมื่อถูกถามถึงบรรยากาศตอนเจอหน้ากันที่ศาล สาวพลอยยอมรับว่าเจอกันตลอดแต่ไม่ได้คุยกัน แต่ทางอดีตผู้จัดการให้การกับศาลว่าเขาเป็นโบรกเกอร์ ไม่เคยเป็นผู้จัดการของ “พลอย เฌอมาลย์” และการเอาเบอร์เขาขึ้นใน Instagram เขาไม่เคยร้องขอให้ขึ้น ยอมรับว่าเจ็บและเสียใจมากกับสิ่งที่เขาทำ พูดต่อหน้าและขึ้นศาลมันห้ามโกหก พลอยได้ยินเขาพูดแบบนี้มันเหมือนตอกหน้า ช็อก และเสียใจมาก

เมื่อย้อนถามถึงจุดเริ่มต้นการทำงานร่วมกัน สาวพลอยเล่าว่า อดีตผู้จัดการเคยทำงานให้ลีเดียมาก่อน เป็นแดนเซอร์ประกบและลีเดียเอามาปั้นเป็นผู้จัดการด้วยความรัก พอนานเข้าเป็นเหมือนครอบครัวลีเดีย พลอยเลยให้มาช่วยดูแลเพราะสงสาร ซึ่งเรื่องมันไม่ได้มีสัญญาข้อตกลงว่าเป็นผู้จัดการกันเป็นลายลักษณ์อักษร มันเป็นเรื่องของสัญญาใจ ตนคิดว่าตนแพ้ตรงนี้ด้วยส่วนหนึ่ง แต่ในโซเชียลของตนและคนอื่นๆ ก็ขึ้นว่าเขาเป็นผู้จัดการ ในทางพฤตินัยทุกคนทราบดี แต่ทางศาลท่านไม่ได้รับรู้ เพราะศาลจะดูที่หลักฐานว่าถ้ามีสัญญาการเป็นผู้จัดการมันก็จะหนักแน่นมากขึ้น

นอกจากนี้สาวพลอยยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทางทนายของคู่กรณีมีมาขอไกล่เกลี่ยประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ตนตอบปฏิเสธไป และยังคิดในใจว่าเขารู้อะไรมาถึงมาขอไกล่เกลี่ย แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อเป็นแบบนี้ตนก็พร้อมสู้ต่อ 

ส่วนวลี “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว” ของอีกฝ่าย ตนเห็นด้วยว่าความจริงมีอย่างเดียว และสิ่งที่ตนรวมถึงลีเดียเจอ มันคือความจริงและเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ ซึ่งก็ต้องไปสู้กันต่อในชั้นอุทธรณ์

สาวพลอยยอมรับว่าตนไม่ชอบขึ้นโรงขึ้นศาล แต่ต้องทำเพื่อความถูกต้อง เพราะยอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำกับตน น้องๆ และทีมงาน ซึ่งจริงๆ มีโจทก์เยอะมาก แต่คนที่ขึ้นศาลจะมีตน ลีเดีย แอริน ส่วนน้องๆ คนอื่นไม่พร้อมขึ้นศาลเพราะไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าทนายหรือไม่อยากมีปัญหาเลยปล่อยเลยตามเลย สำหรับแนวทางการสู้คดีหลังจากนี้คงต้องไปปรึกษาทนายก่อน ไม่สามารถพูดตรงนี้ได้ เดี๋ยวอีกฝ่ายจะเตรียมตัวรับมือ

สำหรับประเด็นเดือดเรื่องการไปออกรายการ ‘โหนกระแส’ กับ หนุ่ม กรรชัย นั้น สาวพลอยเผยพร้อมรอยยิ้มว่า ตนแอบแก่นเซี้ยวนิดหน่อยตอนลงท้ายโพสต์ แต่ไปแน่นอน ต้องขอบคุณพี่หนุ่มก่อน เพราะรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ถ้าอยู่ในมือพี่หนุ่มอาจจะจบง่ายขึ้น และให้ประชาชนมาร่วมตัดสินร่วมฟังอาจจะง่ายขึ้นมากกว่าชั้นศาล หรือศาลอาจจะมองเห็นว่ามันเป็นแบบนี้ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่สมควรที่จะไปหาพี่หนุ่ม เนื่องจากคดีของลีเดียและแอรินยังอยู่ในชั้นศาล ยังสู้คดีกันอยู่ หากไปออกรายการจะทำให้รูปคดีค่อนข้างเสีย จึงตั้งใจว่าจะรอให้คดีของน้องๆ สิ้นสุดก่อน แล้วเดี๋ยวจับมือกันไปรายการพี่หนุ่มแน่นอน จะจูงมือน้องๆ ไปด้วย เป็นระบำดวงดาว

เมื่ออัปเดตถึงสภาพจิตใจ สาวพลอยเปิดใจว่า เรื่องราวผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้วตั้งแต่เรื่องมันแดงออกมา ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ยอมรับว่าตอนที่รู้เรื่องช่วงนั้นตนเป็นมะเร็งด้วย บวกกับเรื่องนี้ ทำให้อาการจิตตกมาก กลายเป็นซึมเศร้า น้ำหนักลดไปถึง 13 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ไม่เครียดแล้ว ยิ้มได้ ทำใจอย่างเดียวและสบายๆ แล้ว คนนี้น่าสงสารที่สุดตอนนี้คือลีเดีย ซึ่งคดีของลีเดียมีประมาณ 30 กว่ากรรม ขึ้นศาลมาไม่รู้กี่รอบ ตนก็ไปให้กำลังใจตลอด น้องก็หวังว่าศาลจะเห็นใจและเข้าใจ เพราะของตนเรื่องเดียวหลักฐานอาจไม่หนักแน่นพอ แต่งานนี้ยังคงสู้กันต่อแน่นอน

ก่อนทิ้งท้ายส่งข้อความสั้นๆ ไปถึงคู่กรณีแบบสั้นๆ แต่จุกว่า “ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ”