เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจครั้งสำคัญให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง สำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ “พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ที่ล่าสุดได้เดินทางมาร่วมงาน Pink Ribbon Run 2026 พร้อมทั้งเปิดใจบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งจนสามารถรักษาหายได้ พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้

โดยสาวพลอยได้เปิดเผยถึงค่าใช้จ่ายในการรักษารวมถึงกระบวนการดูแลตัวเองว่า “สำหรับการรักษาค่าใช้จ่ายสูงมาก อย่างพลอยโชคดีเราทำประกันไว้ตั้งแต่สาวๆ (หัวเราะ) โชคดีที่ว่าพอเป็นมะเร็งแล้วทางประกันเค้าดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าไม่มีประกันแย่แน่เลย เพราะหลายล้าน ประมาณเกือบสามล้านเบื้องต้น ยังไม่รวมที่ต่อเนื่องมา ที่ต้องตรวจต้องกินยาทุกเดือน แต่ผ่าตัดเบื้องต้นก็เกือบสามล้านแล้ว แล้วอย่างพลอยก็เคยเป็นแต่เราก็รู้สึกว่าเราก็รอดมาได้เนอะ เราคิดว่าเราจะไม่รอดแล้วเราแย่แล้ว ก็อยากส่งกำลังใจให้กับทุกคนว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้ค่ะ มะเร็งเค้ากลัวความสุข เราต้องมีความสุข เราต้องสู้อย่าไปกลัว ตอนนี้เทคโนโลยีทันสมัยมาก อย่างที่บอกว่ารู้เร็วรักษาเร็วรีบไปตรวจกัน ก็ไม่ต้องกลัวนะคะมันรักษาได้
ถามว่าสิ่งสำคัญที่สุดควรคำนึงถึงอะไร พลอยว่าเหมือนมันต้องทำจิตใจให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งระยะไหนคนก็กลัวทั้งนั้น ได้ยินก็ตกใจน่าใจหาย แต่เราก็ต้องทำความเข้าใจเขาก่อนว่ามะเร็งมีอะไรบ้าง และเราเป็นขั้นไหน ต้องดูแลตัวเองยังไง ต้องทำความเข้าใจและอย่าไปกลัวมันจนเกินไป เพราะความกลัวนี่แหละค่ะมันจะทำร้ายจิตใจเรา ถ้าจิตใจเราไม่แข็งแรง ร่างกายมันก็กระทบ มันก็ป่วยไปด้วย คือต้องสู้เลยทีเดียว อย่างพลอยเคยมีประสบการณ์ว่าใจเรามันแป้วไปแล้ว มันจิตตกมันเครียด มันเห็นชัดมากว่าร่างกายโทรมไปเลย เพราะฉะนั้นจิตใจสำคัญมาก อยากให้ทุกคนเข้มแข็ง ขอให้ได้รับกำลังใจเยอะๆ ต้องสู้ค่ะจริงๆ พลอยเจอผู้ป่วยหลายท่านเค้าอาการหนักกว่าพลอยเยอะเลยนะ แต่เขายิ้มหัวเราะร่าเริง เหมือนพอเค้ามีกำลังใจเขาก็สู้

ตอนนั้นพลอยก็มีคุณแม่และเพื่อนๆ ที่คอยมาให้กำลังใจและดูแลอยู่ข้างๆ เรา แต่ตอนแรกเป็นไม่ยอมบอกใคร เพิ่งมาบอกตอนผ่าตัดเสร็จไปแล้ว ทุกคนก็ด่ายับเลย ถามว่าการรักษาประมาณกี่ปีได้ ตอนนี้ก็ยังรักษาอยู่ แต่เป็นการทานยา ยังอยู่ในกระบวนการยังไม่จบสิ้น ในช่วงแรกๆ ก็ผ่าตัดวุ่นวายหน่อย แต่ตอนหลังก็สนุกแล้วค่ะเอ็นจอย อะไรใหม่ๆ คุณหมอนัดทุกสี่เดือน เราก็ต้องไปหาหมอทุกสี่เดือน ทุกหกเดือนก็ไปแมมโมแกรม ประมาณนั้น เราก็ตรวจเบสิกแหละแต่ก็ไปหาหมอทุกสี่เดือน ถามว่าทุกครั้งที่ไปลุ้นไหมกับการตรวจ จะลุ้นตอนที่ว่าตรวจสุขภาพประจำปีนี่แหละค่ะ ว่ามีอะไรเพิ่มเติมไหม แต่โดยรวมแล้วไม่ต้องกังวลค่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างที่บอกว่าถ้าตอนนี้มาได้ถึงขนาดนี้แล้วโชคดีแล้ว วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น รู้เร็วรักษาเร็วจบ เทคโนโลยีสมัยนี้หมอเก่งมาก ไม่ต้องกลัวทุกคน
ส่วนเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง พอผ่านจุดนั้นมาได้ ดีใจที่ได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง เหมือนเรารู้สึกว่าเราได้กลับมามีชีวิตที่แข็งแรง ได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตอีกครั้งหนึ่งเลย พอเราหายดีแล้วรู้สึกว่าเรารักตัวเองมาก จะทำทุกวันให้มีความสุขที่สุดจะทำให้ดีที่สุด เหมือนได้รับโอกาสใหม่อีกครั้งหนึ่ง จากการที่พอเราเป็นมะเร็งแล้วมันดิ่งมาก ก็เลยรู้สึกว่าทุกวันนี้พลอยมีความสุขกับทุกเรื่องเลย เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราก็มีความสุข ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แล้วก็มีสติด้วย ที่ผ่านมาแฟนๆ เป็นห่วงมาก ตอนนั้นผอมมาก จริงๆ แล้วตอนนั้นมันหลายสิ่ง ในชีวิตมันหนักๆ เข้ามาในเรื่องเยอะมาก เหมือนเราก็สติหลุดด้วย heart broken ด้วยหลายอย่าง มันก็เหมือนเข้ามาในเวลาเดียวกัน ปีกว่าๆ ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วมีคนพูดกับเราว่าถ้าหนูไม่รู้จักพี่พลอยมาก่อนนะ หนูจำไม่ได้เลยว่าเป็นพี่พลอย และเราร้องไห้เลย และรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ฉันต้องฮึบแล้วในทุกเรื่อง ก็เลยกลับมาสู้เพื่อตัวเองรักตัวเองมากขึ้น

คำนี้เปลี่ยนชีวิตเลย ก็ใช้เวลาพักหนึ่ง เก็บไปคิดว่ามันใช่ แต่ใจพร้อมยังๆ ตอนหลังเราก็รักตัวเองกลับมาดูแลตัวเอง ใส่ใจ ทานอาหารดีๆ พักผ่อนออกกำลังกาย ตอนนี้ไม่เครียดเลยโล่งสบาย บางเรื่องก็เครียดได้แต่ว่าจะเครียดแป๊บเดียวแล้วก็ช่างมัน ส่วนตอนนี้หัวใจเป็นสีชมพูค่ะ แต่ไม่มีแฟนค่ะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก chermarn



