เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมเจรจาเพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง กรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา กับชมรมฟุตบอล “แตงโม ยูไนเต็ด” ว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน คือการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนหนังสือควบคู่กับการเล่นกีฬาที่ตนเองรัก โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่างการพัฒนาศักยภาพนักเรียนกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ ในขั้นตอนต่อไป ศธ. จะช่วยจัดทำร่าง MOU ฉบับใหม่ โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของกระทรวงและโรงเรียน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ลดความคลาดเคลื่อนในการทำงานร่วมกัน โดยจะให้อ.สกล ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล และผู้บริหารโรงเรียน กลับไปพิจารณาร่างข้อตกลงภายในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนเดินหน้าลงนามในสัปดาห์ถัดไปตามแผนที่วางไว้
“สิ่งสำคัญ คือ ทุกฝ่ายต้องยึดกฎระเบียบของโรงเรียนและกระทรวงเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือประโยชน์ของเด็ก เราไม่ต้องการให้การลงนาม MOU เป็นเพียงการเซ็นเอกสารแล้วจบ แต่ต้องทำให้ข้อตกลงเกิดผลในทางปฏิบัติจริง” นายอัครนันท์ กล่าวและว่า ภายหลังลงนาม MOU จะกำหนดระยะเวลาติดตามผลการดำเนินงาน 6 เดือน โดยกระทรวงจะส่งทีมงาน ทั้งฝ่ายนิติกรและทีมที่ปรึกษา เข้ามาทำหน้าที่ประสานงานระหว่างโรงเรียนกับชมรมฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน ไม่ปล่อยให้แต่ละฝ่ายต้องแก้ปัญหากันเองจนเกิดความขัดแย้งซ้ำอีก
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เมื่อครบ 6 เดือน จะมีการประเมินผลตามตัวชี้วัดหรือ KPI เพื่อพิจารณาว่าข้อตกลงที่ทำร่วมกันสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ มีประเด็นใดต้องปรับปรุงแก้ไข และควรวางแนวทางทำงานร่วมกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยืนยันว่า ศธ. จะทำหน้าที่เป็นคนกลางช่วยประคับประคองความร่วมมือ เพื่อให้โรงเรียนและผู้ฝึกสอนสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
ด้านนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชมรมฟุตบอลพุทธิรังสีพิบูล กล่าวว่า พร้อมนำแนวทางที่ได้จากการหารือมาปรับใช้ หากรูปแบบการทำงานร่วมกันตาม MOU ฉบับใหม่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ ก็อยากให้สามารถนำไปเป็นต้นแบบให้โรงเรียนอื่นๆ ที่มีความร่วมมือกับบุคคลหรือองค์กรภายนอกได้ใช้เป็นแนวทาง เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นที่รับรู้ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ นายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยประสานงานและสนับสนุนการจัดทำ MOU ฉบับใหม่ โดยตนขอย้ำว่าจากนี้ต้องการมุ่งไปข้างหน้าและให้ความสำคัญกับประโยชน์ส่วนรวมของนักเรียนเป็นหลัก และตนไม่อยากพูดถึงอดีต แต่อยากพูดถึงอนาคต สิ่งสำคัญคือเด็กต้องมีความสุขและปลอดภัย นักเรียนทั้ง 940 คนของโรงเรียนต้องได้รับประโยชน์จากการทำงานร่วมกันครั้งนี้
ทั้งนี้ การจัดทำ MOU ฉบับใหม่และการติดตามผลต่อเนื่อง 6 เดือน จะเป็นบททดสอบสำคัญว่าความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชมรมฟุตบอลจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนพัฒนาทั้งด้านการศึกษาและกีฬา ภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจน และคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ.



