สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าทำเนียบเครมลินเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีทางอากาศถล่มอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตารอบิลสก์ ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย ว่าการกระทำของยูเครนในครั้งนี้เข้าข่าย “การก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง” และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมรัสเซีย “ตอบโต้อย่างสาสม”


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างคืนวันที่ 21 พ.ค. ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 42 คนแต่ความสูญเสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง


ขณะที่กองทัพยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ศูนย์เทคโนโลยีโดรนขั้นสูง “รูบิคอน” ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งใช้อาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นฐานบัญชาการ และปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ที่ระบุว่าเจตนาโจมตีหอพักนักศึกษา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหาย ภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารหอพักนักศึกษา ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน สั่งการให้หน่วยงานทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีตอบโต้ของรัสเซีย และให้มีการเตือนภัยประชาชนด้วย โดยคาดการณ์ว่า จะมีการใช้ทั้งขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก


หลังจากนั้นไม่นาน มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย จากปฏิบัติการโจมตีทางทหารของรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับอาคารหลังหนึ่งในกรุงเคียฟ


ส่วนนักวิเคราะห์ความมั่นคงมองไปในทางเดียวกันว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวและการประกาศเตรียมแผน “แก้แค้น” ของปูตินในครั้งนี้ อาจส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่ามกลางความพยายามไกล่เกลี่ยทางการทูตซึ่งยังคงไม่เป็นผลสำเร็จ.

เครดิตภาพ : REUTERS