สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าทำเนียบเครมลินเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์โจมตีทางอากาศถล่มอาคารหอพักวิทยาลัยในเมืองสตารอบิลสก์ ในภูมิภาคลูฮันสก์ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย ว่าการกระทำของยูเครนในครั้งนี้เข้าข่าย “การก่อการร้ายอย่างโจ่งแจ้ง” และสั่งการให้กระทรวงกลาโหมรัสเซีย “ตอบโต้อย่างสาสม”
???? President #Putin:
— MFA Russia ???????? (@mfa_russia) May 22, 2026
For Kiev, the situation at the front is gradually turning from critical into catastrophic.
Its military resorts to terrorism (like today in Lugansk) to divert public attention.
???? @mod_russia will submit proposals for a response.https://t.co/haHVAdnveJ pic.twitter.com/YwXXlRDZD4
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระหว่างคืนวันที่ 21 พ.ค. ต่อเนื่องถึงคืนวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 42 คนแต่ความสูญเสียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ขณะที่กองทัพยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ศูนย์เทคโนโลยีโดรนขั้นสูง “รูบิคอน” ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งใช้อาคารที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นฐานบัญชาการ และปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ที่ระบุว่าเจตนาโจมตีหอพักนักศึกษา

ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน สั่งการให้หน่วยงานทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีตอบโต้ของรัสเซีย และให้มีการเตือนภัยประชาชนด้วย โดยคาดการณ์ว่า จะมีการใช้ทั้งขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก
หลังจากนั้นไม่นาน มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย จากปฏิบัติการโจมตีทางทหารของรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับอาคารหลังหนึ่งในกรุงเคียฟ
ส่วนนักวิเคราะห์ความมั่นคงมองไปในทางเดียวกันว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวและการประกาศเตรียมแผน “แก้แค้น” ของปูตินในครั้งนี้ อาจส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างและรุนแรงขึ้นอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่ามกลางความพยายามไกล่เกลี่ยทางการทูตซึ่งยังคงไม่เป็นผลสำเร็จ.
เครดิตภาพ : REUTERS



