จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือ ภายใต้ชื่อชุดเฉพาะกิจปราบปรามนอมินี สนธิกำลังร่วมกับ กองบัญชาการสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และคณะทำงานป้องกันปราบปรามการประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายของบุคคลต่างด้าว จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการกวาดล้างและจับกุม กลุ่มบริษัทนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติเป็นหุ้นส่วนกับชาวไทยในลักษณะที่เป็นการถือหุ้นแทนโดยเปิดปฏิบัติการเฟสแรกเมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 เข้าตรวจค้นและยึดเอกสารสำนักงานที่ปรึกษาทางกฎหมายและการบัญชีจำนวน 5 แห่ง ก่อนนำเอกสารหลักฐานที่เข้าตรวจค้นมาวิเคราะห์และขยายผลเข้าจับกลุ่มในเฟสที่ 2 เมื่อวันที่ 23 พ.ค. และจับกุมชาวต่างชาติ 21 ราย ยึดโฉนดที่ดิน 38 แปลง มูลค่าร่วม 200 ล้านบาทไว้ตรวจสอบ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 24 พ.ค. ที่ สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี คณะพนักงานสอบสวนในคดีต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) เร่งสอบปากคำผู้ต้องหา 21 คน ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ขณะเข้าปฏิบัติการตรวจค้นของชุดเฉพาะกิจปราบปรามนอมินี ในความผิดฐาน “ร่วมกันแจ้งเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นตัวแทนของบริษัทนิติบุคคลที่มีสิทธิในที่ดินได้เสมือนกับคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย” ตามความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 267 ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 47, 98, 113 ขณะเข้าปฏิบัติการตรวจค้นของชุดเฉพาะกิจปราบปรามนอมินี ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 21 ราย ประกอบไปด้วยชาวอิสราเอล 4 ราย ฝรั่งเศส 4 ราย รัสเซีย 3 ราย ยูเครน 2 ราย แอฟริกา สโลวัก เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ตุรกี เยอรมัน และ ฟิลิปปินส์ สัญชาติละ 1 ราย
ล้างบางเกาะพะงัน! ทลาย 32 บริษัทนอมินีฮุบที่ดิน 40 ไร่ รวบ 22 ต่างชาติ คาหมายจับอื้อ

พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนฯ กล่าวว่า เราไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 21 รายประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และจะเร่งสอบปากคำผู้ต้องหาให้แล้วเสร็จ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ขออำนาจฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ในวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งในคดีนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสรุปสำนวนมีความเห็นไปยังพนักงานอัยการภายใน 48 วัน โดยขณะนี้ คณะพนักงานสอบสวนมีคดีที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่เกี่ยวกับนอมินี รวมทั้งสิ้น 97 คดี ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนมีความมั่นใจว่าเราจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นเสนอไปยังพนักงานอัยการได้ตามกำหนด เนื่องจากขณะนี้เราได้นำโปรแกรม SPNi-X ซึ่งพัฒนาโดยชุดสืบสวนขยายผลยาเสพติดและฟอกเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และหลักฐานเส้นเงิน รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารเพื่อแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหากระทำการที่เข้าข่ายการใช้คนไทยถือหุ้นแทนในการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยรวมถึงถือครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย
พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ในการเปิดปฏิบัติการโดยการสนธิกำลังร่วมกันภายใต้ชุดเฉพาะกิจปราบปรามนอมินี นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในเฟสที่ 2 เป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจค้นสำนักงานกฎหมาย 5 แห่ง เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนได้วิเคราะห์ข้อมูลและพบว่ามีบริษัทนิติบุคคลที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี และมีการถือครองที่ดินจำนวน 32 นิติบุคคล และขออนุญาตศาลจังหวัดเกาะสมุยออกหมายจับชาวต่างชาติที่มีชื่อเป็นกรรมการรวมทั้งทั้งสิ้น 45 หมายจับ และสามารถติดตามจับกุมมาได้จำนวน 22 หมาย 21 ราย และกดลิฟต์ที่ดินมาตรวจสอบจำนวน 38 แปลง เนื้อที่ 38 ไร่ 7.5 ตร.ว. มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท โดยมีจุดสังเกตว่านิติบุคคลเหล่านั้นจะถือครองที่ดินเฉลี่ยรายละ 1 ไร่เศษ และเกินกว่าร้อยละ 60 ยังเป็นการถือครองที่ดินเปล่าที่ยังไม่มีการก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง

ข่าวรายงานว่า ในการสอบสวนพบว่าบริษัท เอฟบี พร็อพเพอร์ตี้ส จำกัด ตั้งอยู่ที่ 78/37 หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นธุรกิจของชาวอิสราเอล เปิดให้บริการสอนโยคะและจำหน่ายอาหารในชื่อ เดอะ โยคะ เฮ้าส์ เกาะพะงัน มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 8 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7.5 ไร่ มูลค่าที่ดินประมาณ 60 ล้านบาท ยังไม่รวมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ใช้การตรวจสอบเส้นทางการเงินของหุ้นส่วนชาวไทย พบว่าหุ้นส่วนชาวไทยไม่มีความสามารถในการนำเงินมาลงทุนจริง กรณีนี้จึงถือว่าเป็นการประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายอย่างชัดเจน



