เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่หอประชุมโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (ผบก.สกส.) และ พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผู้บังคับการกองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด (ผบก.ขส.) ร่วมเปิดกิจกรรมขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” ลงพื้นที่ชุมชนสะพานปูน เขตดอนเมือง ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนและความปลอดภัยของประชาชน โดยมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งจากภายในชุมชน เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกปลอดภัย ลดความหวาดกลัว และสร้างความยั่งยืนผ่านกลไกความร่วมมือแบบ “ประชารัฐ”

ภายในงานมีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานเขตดอนเมือง กรมการจัดหางาน สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง และคณะกรรมการชุมชนสะพานปูน ร่วมออกบูธให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยยาเสพติด ให้บริการตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษาแก่ประชาชน รวมถึงมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

สำหรับโครงการดังกล่าว กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด (บก.ขส.) ร่วมกับกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.) ได้ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน โดยมีผลการปฏิบัติครอบคลุมทั้งด้านการปราบปราม การป้องกัน และการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านการปราบปราม ชุดปฏิบัติการได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งเป็นแหล่งมั่วสุมและจุดลักลอบจำหน่ายยาเสพติดภายในชุมชนสะพานปูน สามารถจับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดได้รวม 11 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง และนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนของกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการป้องกันและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด เปิดรับผู้ที่หลงผิดเข้าสู่กระบวนการบำบัดโดยสมัครใจ จัดกิจกรรมฝึกอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ผู้ว่างงาน พร้อมทั้งฝึกสอนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ของชุมชน รวมถึงจัดกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมสำหรับเยาวชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ส่วนมาตรการพัฒนาพื้นที่เพื่อสร้างความยั่งยืน มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวน 4 จุด ในพื้นที่เสี่ยง พร้อมติดตั้งระบบไฟส่องสว่างเพิ่มเติมในจุดต่าง ๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม รวมถึงให้ความรู้แก่ผู้ประสานงานของชุมชนด้านการแจ้งเตือนภัยอาชญากรรม เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภายในพื้นที่

ก่อนพิธีเปิดงาน พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส. กล่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานเขตดอนเมือง กรมการจัดหางาน สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้านครหลวง และคณะกรรมการชุมชนสะพานปูน ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การปิดล้อมตรวจค้นและกดดันผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยไม่เอื้อต่อการซื้อขายยาเสพติด และการสร้างความยั่งยืนด้วยการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนสามารถมีรายได้อย่างเหมาะสม

พล.ต.ต.วันชนะ กล่าวอีกว่า การส่งเสริมอาชีพในชุมชนครอบคลุมทั้งการฝึกสอนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น การผลิตและจำหน่ายยาหม่อง การทำไม้เกาหลัง การให้บริการนวดแผนไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพและรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จากนั้น พล.ต.ท.อาชยน กล่าวบนเวทีว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายใต้โครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” พร้อมระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าโครงการจะใช้ชื่อใด คือการทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่หน่วยงานภาครัฐและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งหวังมาโดยตลอด

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ไม่ต้องการให้การทำงานเป็นลักษณะ “ไฟไหม้ฟาง” หรือเข้ามาเพียงครั้งเดียวแล้วจากไป แต่ต้องการให้ชุมชนมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในระยะแรกตำรวจปราบปรามยาเสพติดจะทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าจับกุมผู้ค้ารายย่อย ควบคู่กับการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ

ผบช.ปส. กล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน เพราะไม่สามารถห้ามการผลิตและลักลอบลำเลียงจากประเทศเพื่อนบ้านได้ อีกทั้งยังมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและสารเสพติดรูปแบบต่างๆ แพร่กระจายเข้าสู่ชุมชนและสถานบันเทิงเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการแก้ปัญหาไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ภายหลังเปิดโครงการและมอบสิ่งของให้ประชาชนในชุมชนสะพานปูน พล.ต.ท.อาชยน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย การเข้าจับกุมผู้ค้ารายย่อยในชุมชน การนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งผ่านการปรับปรุงภูมิทัศน์และการช่วยเหลือผู้ขาดโอกาส โดยย้ำว่าการทำให้ชุมชนปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนต่อไป.