จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุและประกันภัยจากหลายประเทศทั่วโลก ระหว่างปี 2024–2025ที่ถูกรวบรวมและวิเคราะห์โดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยยานยนต์ ผลลัพธ์กลับระบุตัวเลขที่น่าสนใจ และได้สวนทางกับความเชื่อของใครหลายคนอย่างสิ้นเชิง ดังนี้
อัตราการเกิดไฟไหม้ต่อยอดขายรถยนต์ 100,000 คัน โดยแยกตามประเภท ดังนี้
อันดับ 1: รถยนต์ Hybrid (PHEV / HEV) ครองแชมป์สูงสุด
จำนวนการไหม้ 3,475 คัน ต่อ 100,000 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 3.48% สาเหตุหลัก เนื่องจากระบบขับเคลื่อนมีความซับซ้อนสูงมาก มีการรวมเอาทั้ง “ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง” และ “ระบบไฟฟ้าแรงสูง” มาอยู่ร่วมกันในรถคันเดียว
อันดับ 2: รถยนต์สันดาปทั่วไป (เบนซิน / ดีเซล)
จำนวนการไหม้ 1,530 คัน ต่อ 100,000 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 1.53%
อันดับ 3: รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ปลอดภัยที่สุด/เกิดน้อยที่สุด
จำนวนการไหม้ เพียง 25 คัน ต่อ 100,000 คัน คิดเป็นอัตราส่วน 0.025%
ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มีอัตราการเกิดไฟไหม้ “ต่ำที่สุด”เมื่อเทียบกับรถยนต์ประเภทอื่น ในทางกลับกัน รถยนต์ระบบ Hybrid มีตัวเลขการเกิดไฟไหม้ “สูงที่สุด” นำหน้าทั้งรถน้ำมันล้วนและรถไฟฟ้า 100%
(หมายเหตุ*** สถิตินี้เป็นค่าเฉลี่ยภาพรวมจากต่างประเทศ อัตราการเกิดจริงในแต่ละกรณีอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ การบำรุงรักษา รวมถึงการดัดแปลงสภาพตัวรถที่แตกต่างกันไป)

อนึ่งข้อมูลสถิติเบื้องต้นได้รวบรวมจากหน่วยงานเก็บสถิติและวิจัยด้านอัคคีภัย (ระดับสากล) National Fire Protection Association (NFPA): สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานที่เผยแพร่รายงาน Vehicle Fires report ซึ่งรวบรวมสถิติการเกิดเพลิงไหม้ของยานพาหนะบนทางหลวงอย่างละเอียด หน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยและการขนส่งของรัฐบาลNational Transportation Safety Board (NTSB): คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุและสถิติการเรียกคืนรถยนต์ (Recalls) เนื่องจากความเสี่ยงจากอัคคีภัยBureau of Transportation Statistics (BTS): สำนักงานสถิติการขนส่งของสหรัฐฯ ซึ่งเก็บข้อมูลสัดส่วนประชากรรถยนต์บนท้องถนนเพื่ อนำมาคำนวณหา “อัตราส่วนการเกิดไฟไหม้ต่อจำนวนรถ 100,000 คัน”.



