นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ หรือ เอแซ็ป เปิดเผยว่ า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายปีนี้รายได้เติบโตที่ 10,000 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มธุรกิจใหม่กว่า 70% ตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ทั้ง  ฉางอาน แม็กซัส ธุรกิจรถเช่า รถยนต์ใช้แล้ว ประกันภัย  และคาดว่าใน 2-3 ปีจากนี้ไปจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกของปีนี้มีรายได้กว่า2,400 ล้านบาท เชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ตามเป้าหมายที่หมื่นล้านได้แน่นอน ซึ่งสงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่งผลดีต่อตลาดรถอีวี  พร้อมกันนั้นเดินหน้าปรับตัวเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และผู้นำนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร  

“ที่ผ่านมาเราได้ทำธุรกิจดีลเลอร์มาถึง 30 ปี และรถเช่า 20 กว่าปี ที่ผ่านมาเราได้ปรับโครงสร้างธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ได้เริ่มต้นขยายเครือข่าย แบรนด์ฉางอาน ดีพอล เนโว ที่จะเปิดโชว์รูม36  เป็น 60 แห่ง อวาทาร์ ปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายขายที่ 14,500 คัน และจำหน่ายแม็กซัส รถเพื่อการพาณิชย์ และรถกระบะ ไฟฟ้า ที่จะเปิดโชว์รูมปลายปี คาดมียอดขาย 300 คัน จะเพิ่ม1,500 และ2,200 คันในปีต่อไป ที่กล่าวไปเป็นธุรกิจใหม่ที่จะผลักดันให้ยอดขายเติบโต ”

ในส่วนธุรกิจรถเช่า ในปี 69 บริษัทมีแผนที่จะยกระดับการบริการรถเช่า ให้สามารถรองรับความต้องการจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งองค์กร ภาครัฐ และลูกค้าทั่วไป โดยควบคู่ไปกับการขยาย อีวี ฟลีท สำหรับตลาดพรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนฟลีทรถใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะเดินหน้ากลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรและผู้ใช้งานรถน้ำมัน ได้ทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดไปยังธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าภายในเครือต่อไป

ด้านธุรกิจรถเช่าระยะสั้น บริษัทมีแผนที่จะนำ เอไอ ไดนามิก ไพร์ซิ่ง เข้ามาบริหารราคาแบบเรียลไทม์ตามความต้องการของตลาด พร้อมขยายสัดส่วนยอดขายตรงผ่านเว็บไซต์ ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยอดขายตรงอยู่ที่ 55% ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะมีการร่วมมือแบบ Co-Branding กับ Trip.com เพื่อผลักดันยอดจอง ให้เติบโตขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหรือภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน  นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเดินหน้าขยายบริการพนักงานขับรถสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรระดับพรีเมียม ทั้งสายการบิน บริษัทเอกชน และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ.