สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ว่า งบประมาณเพิ่มเติมที่รายงานครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นการพลิกกลับจากคำกล่าวของทาคาอิจิ ที่เคยปฏิเสธความจำเป็นของการใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่มีขึ้นท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากสงครามในอิหร่าน ประกอบกับต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจากสกุลเงินเยนที่อ่อนค่า

งบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 3 ล้านล้านเยน (ราว 615,000 ล้านบาท) มีขึ้นหลังรัฐบาลโตเกียวตัดสินใจใช้เงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 500,000 ล้านเยน (ราว 102,500 ล้านบาท) เพื่อเป็นเงินสนับสนุนลดค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเพิ่มความจำเป็นในการเติมเงินสำรอง ท่ามกลางความเสี่ยงจากวิกฤติในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังขยายเงินอุดหนุนแยกต่างหาก เพื่อตรึงราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่มีต้นทุนสูง และใช้เงินสำรองฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง

ด้านทาคาอิจิ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า งบประมาณเพิ่มเติมจะได้รับเงินสนับสนุนจาก “พันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ” ซึ่งเธอเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาล

“ในขณะที่ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด และตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจรายวันอย่างใกล้ชิด รัฐบาลจะลดอัตราส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับรองความยั่งยืนทางการคลัง และรักษาความเชื่อมั่นของตลาด” ทาคาอิจิ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ รัฐบาลโตเกียวมีแนวโน้มที่จะออกพันธบัตรใหม่ ตามส่วนหนึ่งของการจัดหาเงินทุนสำหรับงบประมาณเพิ่มเติม ที่ช่วยทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (เจจีบี) อายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.8% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2539

แม้นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นส่งสัญญาณว่า รัฐบาลของทาคาอิจิคำนึงถึงความกังวลของตลาด เกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น แต่ความเสี่ยงต่อแนวโน้มทางการคลัง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงบประมาณเพิ่มเติมเท่านั้น.

เครดิตภาพ : REUTERS