เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายพรรค พท. พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค และคณะ แถลงถึงข้อเสนอในการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพื่อนำไปสู่การจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ โดยจะยื่นต่อรัฐสภาว่า มีหลักสำคัญของการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1.ให้การจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาล รธน.ที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 68 โดยยังคงให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่รัฐสภาเป็นผู้เลือกจาก 300 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิก ส.ส.ร. ในแต่ละจังหวัด จำนวน 100 คน และแต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากภาคส่วนต่างๆ จำนวน 52 คน รวมเป็น 152 คน
2. เปิดโอกาสให้องค์กร สมาคม สภามหาวิทยาลัย หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่าง รธน.โดยเสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสม เข้ามาเป็น ส.ส.ร. รวมถึงเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ร่าง รธน. กมธ.รับฟังความเห็น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
3. ร่าง รธน.ฉบับใหม่ที่จะทำขึ้น ยืนยันตามหลักการว่า จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึง ส.ส.ร.ที่ร่างจะต้องมีบทบัญญัติ ที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การป้องกันและการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. เมื่อยกร่าง รธน.แล้วให้เป็นอำนาจของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบร่าง รธน. ที่ ส.ส.ร.ได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกเสียงของสมาชิกรัฐสภา มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมติเห็นชอบของรัฐสภา ให้ถือเกณฑ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา โดยมีสาระสำคัญของร่างแก้ไขมาตรา 256 ตามแผนภูมิ ดังนี้ มี ส.ส.ร. 152 คน กมธ.ยกร่าง 35 คน กมธ.รับฟังความเห็น 35 คน โดยจะใช้เวลาในการจัดทำ รธน.ทั้งหมด 300 วัน อย่างไรก็ตาม พรรค พท.มี สส. เพียง 74 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอญัตติ ขอแก้ไขเพิ่มเติม รธน.ตามมาตรา 256
ซึ่งจะต้องมี สส.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของสภา ดังนั้นจำเป็นต้องขอความร่วมมือ สส. สังกัดพรรคการเมืองอื่น เพื่อร่วมลงชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาโดยเร็วต่อไป
“การแก้ไข รธน. เป็นเรื่องของส่วนรวม และเป็นเรื่องของประเทศชาติที่เราจำเป็นจะต้องแก้ไข ซึ่งพรรค พท.คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นฝ่ายรัฐบาล วันนี้จึงได้เชิญนางมนพรมาด้วย เพื่อที่จะได้ประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ ทำภารกิจที่เคยทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ร่วมลงชื่อ ส่วนพรรคใดจะลงได้เท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” นายชูศักดิ์ กล่าว
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบมาว่ามีพรรคการเมืองที่มี สส.ไม่ครบถ้วนจำนวน 1 ใน 5 จะมีการขอความร่วมมือมายังพรรค พท. และพรรคการเมืองอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งต้องคุยกันในรายละเอียด โดยยืนยันพรรคจะทำการแก้ไขเพิ่มเติม รธน.60 เมื่อมีการร่วมลงชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถนำเสนอต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า
ด้าน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แม้จะมีการทำประชามติจนได้เสียงอย่างท่วมท้น แต่ในวงเสวนาต่างๆ จะมีข้อห่วงใยว่าในการจัดทำ รธน.ฉบับใหม่ พรรคการเมืองต่างๆ หรือสมาชิกรัฐสภา จะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของ รธน.ฉบับใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่มีเหตุผล เพราะว่ามีประสบการณ์มาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมาชิกรัฐสภาจัดทำ รธน.กันเอง จะมีเสียงครหาว่าจะทำไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา หรือพรรคการเมืองเอง พรรค พท.คำนึงถึงข้อห่วงใยนี้ ให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้ยืนยันหลักการให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากองค์กรต่างๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ยังมีการยืนยันเช่นเดิม


